วามตื่นเต้นยินดี หลิงหลานแบกรับภาระหนักมาตั้งแต่เด็ก ได้รับแรงกดดันหนักมาก เดิมทีตอนเป็นเด็กทารกยังชอบยิ้มหรือว่าหยอกล้อคน แต่ต่อมาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้น ปล่อยกลิ่นอายไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้ออกมาทั่วร่าง ทำให้หลานลั่วเฟิ่งนอกจากจะเจ็บปวดใจแล้วก็ยังรู้สึกเสียใจภายหลังอย่างมากว่า การตัดสินใจของเธอในตอนนั้นเป็นการทำร้ายหลิงหลานหรือเปล่า
ต่อมาหลังจากที่หลิงหลานกลายเป็นผู้นำตระกูลหลิงอย่างแท้จริง แบกรับความรับผิดชอบของตระกูลหลิงไว้ หลิงหลานก็ไม่ค่อยชอบเอ่ยปากพูดจา แน่นอนว่าหลานลั่วเฟิ่งเองก็เคยแสร้งทำตัวบ้าๆ บอๆ พัวพันหลิงหลานเพื่อให้หลิงหลานเปิดปากพูดเยอะๆ ทำให้หลิงหลานพูดหรือบอกเธอว่า ผมรักแม่ เป็นต้น แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับเป็นการทำแบบขอไปที นี่ทำให้หลานลั่วเฟิ่งรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง
ตอนนี้พอเห็นหลิงหลานเอ่ยปากเอง หลานลั่วเฟิ่งก็อดรู้สึกปลาบปลื้มยินดีขึ้นในใจไม่ได้ สิ่งที่เธอกลัวมากที่สุดคือเรื่องการปลอมตัวเป็นผู้ชายจะทำให้หัวใจของหลิงหลานเกิดบิดเบี้ยวขึ้นมา แต่ว่ารอยยิ้มเบิกบานและน้ำเสียงที่ดูสดใสเล็กน้อยของหลิงหลานในเวลานี้ได้พิสูจน์แล้วว่าหลิงหลานเป็นปกติทุกอย่าง นี่จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดของหลานลั่วเฟิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
“น่าเสียดายจริงๆ หลิงหลาน เมื่อตะกี้นี้ลูกลืมพูดประโยคนี้กับแม่นะ”หลานลั่วเฟิ่งตอบยิ้มๆ แต่ดวงตาทั้งสองข้างกลับมีหยาดน้ำตาแวววับร่วงลงมาสองหยดโ