้วหลิงหลานอยู่ที่ไหน?”
ฉีหลงตอบว่า “พวกเขาอยู่นี่” เขาโบกมือไปทางด้านหลัง พวกหานจี้จวินถึงค่อยเดินออกมา
จากนั้นฉีหลงก็พูดอีกว่า “ลูกพี่หลานอยู่ในฐานที่มั่นชั่วคราว ที่นี่มีแค่พวกเราสี่คน” เขาชี้ไปที่อู่จย่งและถามว่า “ทำไมพวกนายถึงดูย่ำแย่ขนาดนี้ล่ะ?”
อู่จย่งถุยน้ำลายด้วยความหดหู่ใจ “ถุย แม่งโคตรโชคร้ายเลยจริงๆ ลูกปืนใหญ่ระเบิดไม่ไกลจากจุดที่เราซ่อนตัว ยังดีที่พวกเราซ่อนอยู่ด้านหลังต้นไม้พันปี ต้นไม้เลยป้องกันแรงระเบิดส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ว่าต่อให้เป็นแบบนี้ เฉินอวี่อยู่ใกล้กับลูกปืนใหญ่มากที่สุดก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่พวกเราพกยารักษาฉุกเฉินมามากพอ ไม่อย่างนั้นเฉินอวี่อาจจะเป็นอันตรายแล้ว ตอนนี้นับว่ารักษาชีวิตไว้ได้แล้ว”
เฉินอวี่เป็นนักเรียนห้องเอคนหนึ่งที่เข้าร่วมทีมอู่จย่งชั่วคราวในช่วงเวลาที่ล่าสัตว์ครั้งนี้ ผลคะแนนอยู่ในระดับปานกลางของห้องมาตลอด เป็นเพื่อนร่วมห้องนิสัยเงียบๆ ไม่ค่อยพูดจาจึงทำให้คนมองข้ามได้ง่ายมาก แต่ไม่รู้ทำไมอู่จย่งเห็นแวบแรกก็เลือกเขาเลย…..
“ยาพอไหม? พวกเรายังมีอยู่นะ” ฉีหลงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง หานจี้จวินได้ยินฉีหลงพูดแบบนี้ก็รีบปลดกระเป๋าเป้ลง เตรียมหยิบยาปฐมพยาบาลออกมา
“ขอบใจนะ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่จำเป็น บาดแผลของเฉินอวี่คงที่แล้ว แต่ว่าอยากพาเขาไปรักษาให้เร็วที่สุด เราต้องกลับฐานที่มั่นพาเขาไปฟื้นฟูร่างกายในแคปซูลรักษาทันที” อู่จย่งปฏิเสธความหวังดีของฉ