ีหลงอย่างสุภาพ ทว่าสีหน้าไม่ได้ดูดีขึ้นมาเลย เพราะว่าตอนนี้เขาต้องการผ่านสนามรบกลับไปยังฐานที่มั่นให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาบาดแผลของเฉินอวี่ ไม่อย่างนั้นยืดเวลามากไป บาดแผลของเฉินอวี่จะแย่ลงได้ หลังจากนี้ต่อให้รักษาดีๆ ก็อาจจะยังหลงเหลือผลข้างเคียงในภายหลังอยู่ก็ได้
แต่ว่าปัญหาใหญ่คือจะผ่านสนามรบยังไง เวลานี้เขาเกลียดที่ตัวเองไร้ความสามารถอย่างยิ่ง
เขาเงยหน้ามองไปที่ฉีหลงและเอ่ยว่า “พวกเราจะเตรียมตัวกลับไปฐานที่มั่นให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาแผลให้เฉินอวี่ พวกนายคิดว่าไง?”
“พวกเราก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” ฉีหลงตอบ “ลูกพี่เพิ่งจะติดต่อมาหาเรา บอกว่าสัตว์อสูรที่นี่ใกล้จะคลั่งแล้ว ยิ่งพวกเราอยู่ที่นี่นาน ก็ยิ่งอันตรายมากขึ้น”
“ทะลุผ่านสนามรบไม่มีทางเป็นไปได้ ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันดุเดือดมากเกินไป ลูกปืนใหญ่บินมั่วซั่ว ไม่มีใครรู้ว่าลูกปืนใหญ่จะลอยมาโดนตัวพวกเราหรือเปล่า” อู่จย่งกล่าว
“ไม่เพียงเท่านั้น ถ้าเกิดศัตรูเห็นพวกเราเข้าละก็ พวกเขาก็จะยิงจรวดลำแสงใส่เราโดยไม่ยั้งมือเหมือนกัน เดิมทีพวกเขาก็คลั่งไคล้การกำจัดสิ่งที่เรียกว่าเมล็ดพันธุ์ที่โดดเด่นอย่างพวกเรานะ” หานจี้จวินเอ่ยเสริมอย่างเยาะหยันตัวเอง
“อืม เพราะฉะนั้นพวกเราได้แต่ไปตามป่า อ้อมสนามรบจากตรงนี้ไป” ฉีหลงบอกแผนการเดิมของพวกเขาให้อู่จย่งฟัง
“เหมือนกับความคิดฉันเลย” อู่จย่งเองก็ตัดสินใจแบบนี้เช่นกัน
“แต่ว่า มันก็อันตรายมากเหมือนกัน พวกเรา