ืนอยู่ข้างกายหลิงหลานรู้สึกได้ว่าตัวเองถูกพลังอ่อนๆ สายหนึ่งผลักออกไป ร่างกายเขาอดถลันออกไปข้างหน้าติดกันสองก้าวไม่ได้ เดินมาอยู่เบื้องหน้าพวกหลิงหลาน ทำเหมือนกับว่าเขาเห็นคำถามของหลินจงชิงก็เลยออกมาอธิบายเองก็ไม่ปาน
หานจี้จวินเป็นเด็กเฉลียวฉลาด พริบตาเดียวก็เข้าใจแล้วใครผลักเขาออกมาเป็นโล่กำบัง เขายืนนิ่งแล้วแนะนำห้าอันดับแรกในห้องพวกเขาให้กับครูฝึกคนนั้นทันทีว่ามี ฉีหลง อู่จย่ง หลี่อิงเจี๋ย ลั่วล่าง หลิงหลาน
อู่จย่งมองหานจี้จวินกับหลินจงชิงในสนาม จากนั้นก็เอ่ยถามเบาๆ ว่า “จะจัดการกันยังไงดี?”
“จะเอาชนะหรือว่าแลกเปลี่ยนความรู้เพียงอย่างเดียวล่ะ?” หลิงหลานส่งคำถามกลับไป
“หมายความว่ายังไง?” อู่จย่งขมวดคิ้ว
“ถ้าอยากชนะ ก็ต้องอาศัยวิธีเถียนจี้แข่งม้า[1] ถ้าอยากแลกเปลี่ยนความรู้ล้วนๆ เพื่อเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ ทางที่ดีก็ต้องปะทะกันตรงๆ” ก็ดูว่าพวกอู่จย่งจะเลือกยังไง อันที่จริงหลิงหลานไม่สนใจเรื่องแพ้ชนะเลย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ครูฝึกคนนั้น เธอไม่สนใจทีมจินหลิน ถ้าเกิดต้องต่อสู้กับครูฝึกคนนี้สิ อาจจะน่าสนุกกว่า
อู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยปรึกษากันสองคนสักพัก ก็เลือกเอาชนะการประลอง พวกเขากระหายชัยชนะอย่างรุนแรง ไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้
ฉีหลงกับลั่วล่างไม่มีความคิดเห็น พวกเขาแสดงท่าทีว่าเชื่อฟังการวางแผนของหลิงหลาน
การตัดสินใจของอู่จย่งกับหลี่อิงเจี๋ยทำให้หลิงหลานขมวดคิ้วน้อยๆ ความคิดเรื่อ