งกลัวความพ่ายแพ้แบบนี้ไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ตาม หลิงหลานก็ไม่ได้พูดอะไรมากมาย เธอเพียงแต่พยักหน้าบ่งบอกว่าทราบแล้ว ทีมจินหลินมีทั้งหมดหกคน หลิงหลานมองไปครั้งเดียวก็ดูออกว่าคนไหนค่อนข้างอ่อนแอ คนไหนค่อนข้างแข็งแกร่ง ดวงตาของเธอกรอกไปมา หลังจากนั้นก็ให้ฉีหลงเรียกหานจี้จวินกลับมาปรึกษากัน
สุดท้าย พวกเขาก็ตัดสินใจยื่นเงื่อนไขเอง ทางสถาบันลูกเสือให้นักเรียนเลือกคู่ต่อสู้ได้ตามใจชอบ ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นฝ่ายอ่อนแอ การจะยื่นเงื่อนไขนิดหน่อยก็เป็นเรื่องปกติมาก
หานจี้จวินบอกความคิดของพวกหลิงหลานให้กับครูฝึก จากนั้นครูฝึกก็รับทันทีโดยที่ไม่ได้ลังเลเลยสักนิดเดียว
หลี่อิงเจี๋ยเป็นคนแรกที่ออกไป คู่ต่อสู้ที่หลิงหลานเลือกให้เขาคือคนที่ความสามารถด้อยที่สุดของทีมจินหลิน ครูฝึกเลิกคิ้วน้อยๆ ชมการต่อสู้ของหลี่อิงเจี๋ยด้วยความจริงจังท่ามกลางความตกตะลึง จากนั้นเขาก็เห็นว่าหลี่อิงเจี๋ยมีความสามารถไม่เลวเลยจริงๆ ต่อสู้กับลูกเรือคนนั้นได้อย่างสูสี ไม่ได้เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย
“เถียนจี้แข่งม้าเหรอ? น่าสนใจดีนี่” มุมปากของครูฝึกเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เด็กกลุ่มนี้มีความคิดต้องการเอาชนะรุนแรงมาก แต่ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ถ้าเกิดไม่มีความรู้สึกรุนแรงแบบนี้ละก็ พวกเขาก็ไม่ใช่เด็กหนุ่มเลือดร้อนแล้ว?
ทักษะการต่อสู้พื้นฐานของหลี่อิงเจี๋ยด้อยกว่าหลินจงชิงอย่างชัดเจน และคู่ต่อสู้ก็เป็นคนที่เหนือกว่าคู่ต่อสู้