เหล่านี้ยังไง เธอได้แต่ใช้รูปลักษณ์ตอแหลแบบนี้มารับมือเท่านั้น ถึงยังไงเด็กกลุ่มนี้ก็รับได้
“ลูกพี่หลาน ฉันซื้ออาหารเช้ามาให้นายแล้ว” หลินจงชิงหยิบกล่องบนโต๊ะขึ้นมาก่อนจะยื่นส่งให้ด้วยรอยยิ้ม
หลิงหลานกวาดตามองแล้วพบว่าหานจี้จวินกับลั่วล่างต่างนั่งอยู่บนที่นั่งของตัวเองถือกล่องแบบเดียวกัน ทานอาหารอย่างสง่างาม ส่วนฉีหลงก็นั่งอยู่บนโต๊ะของเขา ก้มหน้าก้มตาทานโดยไม่มีภาพลักษณ์เลยสักนิดเดียว
ดูท่าหลินจงชิงจะไม่ได้เตรียมให้เธอเพียงคนเดียว หลิงหลานยื่นมือไปรับแล้วเปิดดู มันคือเสี่ยวหลงเปาทองของสถาบันที่ซื้อได้ยากยิ่ง ดูเหมือนหลินจงชิงจะไปต่อแถวที่โรงอาหารตั้งแต่เช้าตรู่ มุ่งมั่นพยายามจริงๆ
หลิงหลานใช้ตะเกียบเขี่ยเสี่ยวหลงเปาในกล่องอาหารเที่ยงไม่กี่ที แล้วเอ่ยอย่างเรียบๆ ว่า “ลำบากนายแล้ว!”
คำพูดประโยคนี้ของหลิงหลานฟังดูลวกๆ อยู่บ้าง แต่มันทำให้ใบหน้าของหลินจงชิงเผยร่องรอยความตื่นเต้นยินดีออกมา และก็ทำให้ฉีหลงที่สวาปามอยู่ด้านหลังเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแอบใช้ข้อศอกแตะหลินจงชิงเบาๆ ว่ายินดีด้วย ในที่สุดเขาก็ได้รับการยอมรับจากลูกพี่หลานสักที
เขาใช้เวลาสองปีกว่าจะได้รับคำพูดธรรมดาว่า ‘ลำบากนายแล้วนะ’ แบบนี้ ในใจหลินจงชิงเกิดความรู้สึกมากมายขึ้นมาพร้อมกัน ไม่รู้ว่าเขารู้สึกดีใจหรือว่าโกรธเคืองไปชั่วขณะ…
ในเวลานี้เอง เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นเต้น ปากก็ตะโกนเสียงดั