ไปด้วยการเยาะเย้ยตัวเองเล็กน้อย ราวกับไม่พอใจผลคะแนนของพวกเขา
คำพูดประโยคนี้ของผู้ควบคุมเสือชีตาห์ทำให้หุ่นรบกระต่ายหันหน้าส่งสายตามองไปที่เขาอีกครั้ง สายตานั้นกำลังถามอีกฝ่ายอย่างชัดเจนว่า พวกเขากลายเป็นกลุ่มเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่?
นี่ทำให้ผู้ควบคุมเสือชีตาห์ขบขันในใจอยู่บ้าง คิดว่ามันก็น่าเหลือเชื่อจริงๆ พวกเขาสองคนเคยคุยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นพวกเขาก็มีวาสนาเจอกันในห้องฝึกฝน ควรพูดว่าพวกเขาไม่ค่อยรู้จักมักคุ้นกัน แต่กลับมีความรู้สึกรู้ใจอย่างยากจะอธิบาย
แน่นอนว่าครึ่งหนึ่งของวาสนานี้เป็นความสมัครใจของเขาเอง นับตั้งแต่ที่พูดคุยกันครั้งนั้น เขาก็ใช้พลังจิตของตัวเองค้นหาตำแหน่งของอีกฝ่ายเสมอ หลังจากนั้นก็จะแสร้งบังเอิญเข้าไปฝึกที่ห้องเดียวกัน
แต่เขามีวาสนากับอีกฝ่ายจริงๆ นะ มีหลายครั้งที่หุ่นรบกระต่ายบังเอิญตามหลังเข้ามาในห้องฝึกของเขา (ตอนนี้เสี่ยวซื่อแหงนหน้ามองฟ้าหัวเราะยาวๆ ด้วยความภาคภูมิใจว่า ‘อนุญาตให้ผู้ว่าอย่างนายวางเพลิง แต่ไม่ให้ชาวบ้านธรรมดาอย่างเราจุดตะเกียง[1]หรือไง? ใครจะเอาชนะเสี่ยวซื่อคนนี้ได้’)
บางทีอาจจะเป็นสวรรค์ลิขิต พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเขา ดังนั้นถึงได้ประทานอัจฉริยะแห่งยุคมาช่วยเหลือเขาอีกแรง
เขาไม่ได้มองข้ามคำพูดของหลิงหลาน ดังนั้นเขาจึงหยุดความคิดแต่แรกไว้ ไม่ได้เลือกสำเร็จการศึกษาออกไป หากแต่อยู่ฝึกฝนการควบคุมพื้นฐานในหอฝึกหุ่นรบต่อ ไม่เพียง