“บอกลูกไปเพื่ออะไรล่ะ? หรือว่าการที่เขาเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะมันจะส่งผลต่อชีวิตลูกเหรอ?” หลานลั่วเฟิ่งมองหลิงหลานอย่างงุนงงแวบหนึ่ง “ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าเขาจากพวกเราไปแล้ว ต่อให้เขาอยู่เคียงข้างพวกเรา ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะหรือไม่ มันเกี่ยวอะไรกับพวกเราด้วยล่ะ?”
หลิงหลานครุ่นคิดก่อนจะรู้สึกว่าที่หลานลั่วเฟิ่งพูดมาถูกต้องมากๆ ไม่ว่าจะรู้ว่าหลิงเซียวคือผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะหรือไม่ มันก็ไม่มีผลอะไรกับเธอจริงๆ
หลานลั่วเฟิ่งใช้ตะเกียบคีบผักดองที่หลิงหลานชอบทานไปวางไว้ในชามของหลิงหลาน ก่อนจะพูดต่อว่า “นอกจากนี้ หลิงเซียวก็เป็นแค่หลิงเซียว เขาเป็นคนธรรมดา แล้วก็เป็นสามีของแม่ พ่อลูกด้วย ต่อให้เขาเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะ ก็ยังคงเป็นสามีแม่ เป็นพ่อของลูกอยู่ดี สถานะทั้งสองนี้จะไม่มีวันเปลี่ยนไปตลอดกาล”
คำพูดของหลานลั่วเฟิ่งทำให้ร่างกายหลิงหลานสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง ความรู้สึกว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้นเนื่องจากรู้ว่าหลิงเซียวคือผู้ควบคุมหุ่นรบขั้นเทวะหายไปในทันที
“แล้วก็นะ หลานลูกรัก อย่าให้สถานะของพ่อลูกมาส่งผลกับการตัดสินใจในอนาคตของลูกนะ ลูกต้องจำไว้ว่า ลูกก็คือลูก ลูกแค่บังเอิญมีพ่อชื่อหลิงเซียวเท่านั้นเอง” หลานลั่วเฟิ่งกังวลใจเล็กน้อย เธอกลัวมากๆ ว่าลูกสาวจะเลือกทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเพราะว่าหลิงเซียว เช่น ไปเป็นผู้ควบคุมหุ่นรบอะไรทำนองนั้น “แม่หวังว่าลูกจะเลือกอนา