หลิงหลานพลันนึกได้ว่านี่เป็นโลกที่เคารพผู้แข็งแกร่ง ทุกอย่างว่าไปตามความแข็งแกร่ง สติปัญญาก็เป็นความแข็งแกร่งอย่างหนึ่งไม่ใช่เหรอ ทางสถาบันเปิดภารกิจมรดกแบบสาธารณะ แต่ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะให้พวกเด็กๆ เข้าไปทดสอบตามเส้นทางปกติ? ดังนั้นวิธีการที่ดูเหมือนขัดต่อกฎระเบียบในชาติก่อนก็คือการแสดงความฉลาดของที่นี่เหรอ?
ความคิดนี้แล่นวาบเข้า แต่หลิงหลานก็ไม่ได้ใคร่ครวญให้ลึกลงไปอีก เนื่องจากเธอต้องบอกประวัติของตัวเองให้อาจารย์อย่างตรงไปตรงมาเพราะว่าทางสถาบันให้ความสำคัญกับเรื่องเคารพครูบาอาจารย์มากที่สุด หลิงหลานไม่คิดจะท้าทายขนบธรรมเนียมประเพณี
“สวัสดีครับอาจารย์ ผมคือหลิงหลานจากห้องเอชั้นปีสองครับ” หลิงหลานแนะนำตัวเองอย่างใจเย็นทำให้อาจารย์บางคนยิ้มขึ้นมา เด็กคนนี้ไม่รู้สึกละอายใจสักนิดเลยว่าถูกจับได้ที่ทำเรื่องแย่ๆ ตรงกันข้ามสีหน้ายิ่งดูเหมือนเด็กไร้เดียงสา
“ต่อให้เธอเป็นเด็กห้องเอ เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้สิทธิพิเศษมากที่สุดของสถาบัน แต่ฉันจะส่งรายงานการกระทำอันเลวร้ายเช่นนี้ของเธอไปยังทางสถาบัน ให้สถาบันยกเลิกคุณสมบัติเด็กห้องเอของเธอซะ” ในที่สุดท่าทีของหลิงหลานที่ไม่ยอมรับผิดเลยสักนิดเดียวได้ยั่วโทสะของอาจารย์เฒ่าคนนั้น
คำพูดของอาจารย์เฒ่าทำให้บรรดาอาจารย์หนุ่มๆ ที่อยู่รอบข้างยิ้มฝืดเฝื่อน และลอบส่ายหัวเงียบๆ อาจารย์เฒ่าคนนี้เป็นคนหัวดื้อที่ชื่อดังในสถาบัน ถูกก็คือถูก ผิดก็คือผิด ไม่มีอ