คู่ต่อสู้ของเขาถูกดึงเข้าไปอยู่ในจังหวะของเขา สุดท้ายคู่ต่อสู้ก็ตั้งท่าไม่ทัน ไม่สามารถต้านทานกำปั้นที่อู่จย่งโจมตีมา ก็เลยถูกซัดกระเด็นออกจากสนามประลอง และถูกตัดสินว่าแพ้ทันที เนื่องจากการโจมตีการโต้กลับรวดเร็วยิ่ง ถึงแม้อู่จย่งจะลงจากสนามประลองช้ากว่าหลิงหลานเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ใช้กระบวนท่าไปมากกว่าสี่สิบท่าแล้ว
ต่อจากนั้นนักเรียนหลายคนก็ทยอยกันลงมา ฉีหลงเป็นนักเรียนที่ประลองเลื่อนสู่ 7 อันดับแรกเสร็จเป็นคนที่สี่ของปีหนึ่งห้องเอ เมื่อเห็นฉีหลงทำหน้าตื่นเต้น หลิงหลานก็รู้ว่าฉีหลงต้องต่อสู้ได้สะใจมากแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้ดูพึงพอใจแบบนี้
“รู้สึกยังไงบ้างที่สู้กับคู่ต่อสู้ที่คล้ายคลึงกัน?” หลิงหลานอดเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ไม่ได้
ฉีหลงอ้าปากกว้างกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “สะใจมาก ต่อไปถ้าเบื่อๆ ฉันก็ไปหาเจ้านั่นและต่อสู้กันได้” การประลองรอบนี้ต่อสู้ได้ตื่นเต้นเร่าร้อน มีชีวิตชีวาเป็นพิเศษจริงๆ และก็ทำให้ฉีหลงแลปลดปล่อยพลังอันแรงกล้าภายในร่างกายของตัวเองออกมาได้จนหมด
หลิงหลานได้ยินคำพูดนี้ก็ยืนไว้อาลัยสวีจื้อจือในใจครู่หนึ่ง ถูกคนที่บ้าการต่อสู้มาติดพัน มองเห็นวันที่ถูกกดขี่อย่างน่าอนาถล่วงหน้าในอนาคตของสวีจื้อจือได้เลย
“นาย…อย่ามากเกินไปนัก” หลิงหลานกล่าวอย่างอ่อนแรง ในเมื่อโชคดีกลายเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ยังไงเธอก็ต้องกอบกู้ชะตากรรมในอนาคตของสวีจื้อจือเอาไว้
“วางใจเถอะ ลูกพี่ ฉันควบค