บทที่ 191 ศาสตราชื่อขจร
ความมั่นใจของเจินเหรินมารโลหิตหาใช่ลอยลมไร้ที่มาไม่ หากแต่มีเหตุผลรองรับ
แท้จริงแล้ว แม้มิใช่นิกายศักดิ์สิทธิ์ หากนิกายอื่นใดมีเจินเหรินวางรากฐานขั้นปลายปรากฏขึ้นสักผู้ ก็เท่ากับแผ่นดินพลิกผัน
เพราะเจินเหรินขั้นปลาย ย่อมมีความหวังในการรวมโอสถ
ต่อให้ความหวังนั้นริบหรี่จนเกือบไร้ แต่มันก็ยังเป็น “หนึ่งความหวัง” และหนึ่งนั้นก็พอแล้วที่จะทำให้ผู้คนต้องใส่ใจ
ดังนั้น เจินเหรินขั้นปลายทุกคนโดยมากจึงมีปลายทางสามแบบ:
ประการแรก ตำแหน่งแห่งการบรรลุมรรคที่ตนจะรวบรวมโอสถได้นั้นยังว่างอยู่ มิได้อยู่ในอำนาจของสี่ขุมกำลังใหญ่ แบบนี้คืออิสระที่สุด แต่ก็ไร้ที่พึ่ง เบื้องหลังไม่มีผู้สนับสนุน เป็นพวกที่ล้มเหลวในการรวมโอสถได้ง่ายที่สุด
ประการที่สอง มีชาติกำเนิดจากนิกายใหญ่ชื่อดัง เช่น จงกวงเจินเหริน ตำแหน่งแห่งการบรรลุมรรคของเขาอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ แถมยังมีเจินจวินของนิกายคอยหนุนหลัง ความหวังในการรวมโอสถของเขาจัดว่าอยู่ในกลุ่มสูงสุด
ประการที่สาม ตำแหน่งแห่งการบรรลุมรรคนั้นมีเจ้าของแล้ว ลวี่หยางกับบรรพชนอสูรวิญญาณล้วนอยู่ในกรณีนี้ คนหนึ่งถูกช่วงชิงตำแหน่งไปก่อน อีกคนตำแหน่งนั้นอยู่ในครอบครองของสุขาวดีเซิ่นเล่อ ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดเข้าใกล้
กรณีนี้ถือว่าจบสิ้นแล้ว
เจินเหรินที่ตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ บางรายถูกเจินจวินเจ้าของตำแหน่งฆ่าทิ้งเสียเลย บางรายก็ละทิ้งความหวังในการรวมโอสถ