ธอมากขึ้นนิดหน่อยตอนที่เธอเป็นโตผู้ใหญ่ ต่อไปพวกเราก็สำรวมตัวหน่อย ค่อยๆ ลดผลกระทบในครั้งนี้ไปก็ได้แล้ว”
เสี่ยวซื่อไม่รอให้หลิงหลานคัดค้านก็กล่าวต่อว่า “เธอควรรู้ไว้ว่าการดูดซับยาสิบหลอดนี้ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝนของเธอหลายเท่าแล้ว มันยังกำจัดภัยแฝงเร้นของเธอจนหมดด้วย เธอไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไปแล้วว่าพลังจิตจะบดขยี้ร่างกายของเธอ”
“หืม? นายบอกว่าฉันฝึกฝนเคล็ดวิชาลมปราณบำรุงร่างกาย แล้วอีกสองปีให้หลังก็จะกำจัดอันตรายแอบแฝงได้หมดเลยไม่ใช่เหรอ หรือว่านายยังปกปิดอะไรฉันอีก?” ในที่สุดหลิงหลานก็สังเกตเห็นความคิดที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเสี่ยวซื่อ
เสี่ยวซื่ออึ้งไปและพบว่าตัวเองหลุดปากพูดออกมาเลยได้แต่อธิบายด้วยความซื่อตรงว่า “ฉันหมายความว่าพลังจิตของเธอจะไม่เพิ่มขึ้นอีก และสองปีให้หลังก็จะสามารถแก้ปัญหาที่แฝงเร้นนี้ได้ แต่เธอต้องเข้าใจว่า ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ฝึกฝนพลังจิต แต่มันก็ยังเพิ่มขึ้นตามอายุอยู่ดี”
หลิงหลานโมโหแล้ว “ไม่นึกเลยว่านายจะไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน นายไม่รู้หรือไงว่านี่มันอันตรายมากนะ”
เสี่ยวซื่อแหงนหน้ามองฟ้าด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ฉันไม่ได้บอกเธอเหรอ ดูเหมือนเรื่องจะเยอะมากเกินไป…”
หลิงหลานแทบอยากจะคว้าไอ้เด็กเวรนี้เข้ามาฟาดอย่างหนักจริงๆ แต่น่าเสียดายที่เธอสัญญากับมันเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีความรุนแรงในครอบครัวอีก ก็เลยได้แต่ปล่อยมือด้วยความคับแค้นใจ เวลานี้เธอสงสัยว่าเจ