้คงไม่ถูกทอดทิ้งในนิกายศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้น
ครั้นลวี่หยางทะลวงถึงระดับวางรากฐานขั้นกลาง กรรมนี้ก็เผยตัวออกมา
“เดิมทีไม่ควรมาเร็วถึงเพียงนี้ แต่เพราะหนึ่ง ข้าทะลวงขั้นแล้ว และสอง ฟ้าดินมีแรงฆ่าผลักดัน ถึงได้ทำให้เหตุกรรมเผยตัวก่อนกำหนด”
กรรมผลผลักดัน เขาย่อมต้องไป
หากไม่ไป แม้ดวงจิตแห่งกระบี่อเวจีจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม ก็ต้องแยกจากเขาไปเพราะแรงกรรม ยังอาจย้อนทำลายพรหมลิขิตของเขาด้วยซ้ำ
นี่คือความร้ายลึกของแรงฆ่าฟ้าดิน
มันมิได้ก่อเหตุกรรมขึ้นโดยตรง แต่ใช้ประโยชน์จากเหตุกรรมอื่น ทำให้ไร้ร่องรอยสิ้นดี
แม้ชีวิตชาตินี้ของลวี่หยางจะทะยานขึ้นเช่นเพลิงโชติช่วง แต่ภัยเคราะห์ที่มาถึงก็ย่อมรุนแรงขึ้นเช่นกัน หากไม่เกิดสิ่งผิดพลาด เขาก็จะยังคงสิ้นชีพในแดนโพ้นทะเล
ทว่า…จะไม่เกิดสิ่งผิดพลาดนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้
“มาเถอะ พวกเจ้ามากันให้หมดเถอะ…”
ลวี่หยางมองแรงฆ่าเหนือศีรษะซึ่งแดงฉานขึ้นเรื่อย ๆ ยิ้มแย้มกว้าง ร่างในอ้อมอกเขาซึ่งเป็นเจินจวินตัวจริงนั้น ย่อมเป็นเหตุเหนือความคาดหมายในการเดินทางสู่แดนโพ้นทะเลครั้งนี้!
ไม่ว่าใครมา ก็ล้วนมีเพียง “ความตาย”!
เพียงชั่วครู่ เมื่อผลบุญพรหมลิขิตแห่งนิกายเสินอู่ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง แดนลับก็พลันปรากฏ ลวี่หยางนับนิ้วคำนวณ ต้นปลายเรื่องราวกระจ่างแก่ใจ
ชั่วขณะเดียว ลวี่หยางยกคิ้วกล่าวว่า “ถึงขั้นไม่คิดแสร้งเสแสร้งกันอีกแล้วหรือ…”
สถานที่กลับชาติมาเกิดของเจ้าของกระบี่อเวจ