ียนถามอย่างไม่อยากเชื่อ
“ของล้ำค่าขนาดนั้น แต่กลับถูกแย่งไปง่าย ๆ เลยเหรอ”
“นั่นแหละ! มันแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดของภราดรโลหิต!”
และประโยคเดียวที่โอเซียนพูดตอบกลับได้ก็คือ
“แต่ข้าก็อัดพวกภราดรโลหิตนั่นจนหมอบนะ”
“………”
เอลดินได้แต่ส่ายหัว ไม่มีคำเถียงอีกต่อไป
“โอเค ๆ งั้นนายอยากได้โลหะที่ไม่ไวต่อแม่เหล็กใช่ไหม?”
“ทำได้ไหม?”
“ได้สิ มียาชนิดหนึ่งที่ใช้เคลือบใบดาบให้ไม่ไวต่อแม่เหล็ก ถึงจะใช้กับกระสุนไม่ได้เพราะสิ้นเปลือง แต่กับดาบถาวรก็พอไหวอยู่”
“มีอะไรที่ต้องระวังไหมอักไหม?”
“สารเคลือบจะเสื่อมตามการใช้งาน แต่สามารถเคลือบใหม่ได้เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่เคลือบจะกร่อนออกเล็กน้อย แต่สำหรับฝีมืออย่างนาย มันไม่ใช่ปัญหาแน่นอน”
“งั้นก็เอามาเลย”
โอเซียนจ่ายเงินล่วงหน้าตามที่ตกลงไว้
“ใช้เวลาทำนานแค่ไหน?”
“ไม่นานหรอก นายโชคดี ตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น ไม่มีงานเข้าพอดี น่าจะใช้แค่สามวัน”
“งั้นเดี๋ยวข้าจะกลับมาอีกที”
หลังจากคุยกับเอลดินเสร็จ โอเซียนก็ออกจากเวิร์กช็อปพร้อมกับไดโอลัน
“น่าทึ่งมากเลยนะ”
ไดโอลันพูดขึ้นหลังจากเดินมาได้ระยะหนึ่ง
โอเซียนหันมามองเขา
“อะไรน่าทึ่ง?”
“ท่าทีของเอลดินน่ะสิ”
เมื่อออเซียนยังมองเขาอย่างสงสัย ไดโอลันจึงเปรยว่า “อ้อ” ออกมา
“นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้เลยสินะ”
“มันเป็นปัญหาเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอก ถ้านายฝีมือดี มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่กลับมาเรื่องเดิม เอลดินน่ะ ปกติเขาไม่ใช่