รนยิ่งรู้สึกงง
‘แต่จะรู้ได้ยังไงว่าขอบเขตสายตาหรือจุดบอดอยู่ตรงไหน?’
แค่รู้ไม่ได้แปลว่าจะทำได้
มันเป็นทักษะที่ต้องผ่านการฝึกซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงจะทำได้จริง
‘แสดงว่าเขาต้องเคยต่อสู้กับจอมเวทดำมานับครั้งไม่ถ้วนแน่?’
ลอเรนจ้องแผ่นหลังของโอเชียนเหมือนกำลังมองปีศาจ ส่วนโอเชียนเองจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
‘ก็ผ่านมาสักพักแล้วเหมือนกัน ปกติพวกวอร์ล็อคมักใช้สัตว์กระดูกเป็นบริวาร ’
ตัวละครที่เล่นได้ในช่วงต้นเกมนั้นอ่อนแอ
ทั้งช้า โจมตีก็เบา และก็ตายง่ายเหลือเกิน
ตัว “อัศวินพเนจร” ที่ดูมั่นคงก็ไม่เว้น
เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ จะมีเควสที่ต้องจัดการวอร์ล็อคที่กำลังทำพิธีลับ ซึ่งเป็นช่วงที่เกมยากขึ้นแบบสุด ๆ
‘ในป่าสิ่งตัวกลายเป็นสายตาของวอร์ล็อคมันบ้าเกินไปที่จะเคลื่อนไหวตอนพวกมันมองอยู่’
ตอนที่ต้องแทรกซึมเข้าฐานตัวเกมเปลี่ยนจากแฟนตาซี RPG ไปเป็นหนังแนวสายลับเต็มขั้น
‘แค่พลาดนิดเดียว เหล่าผีดิบก็จะพุ่งมาใส่จากทุกทิศทาง’
แล้วก็จะเจอหน้าจอสีเทา ที่แปลว่าตาย
จะเคลื่อนไหวโดยไม่ให้ บริวาณรู้ตัวได้ยังไง?
แค่แตะพวกมันวอร์ล็อคก็จะส่งกองทัพผีดิบออกมา
แล้วก็จบเกม ถูกกลืนหายไปในฝูงผีดิบอีกครั้ง
‘ถ้าเป็นโจรก็ง่ายนิดหน่อย เพราะมีสกิลล่องหน แต่ถ้าเป็นอัศวินที่เชื่องช้า…’
พวกสายดาบโล่ต้องแอบคลานเข้าไปให้พ้นสายตาพวกมัน
แน่นอนว่าไม่ง่าย และผมก็ตายมานับไม่ถ้วน
ทั้งตำแหน่งที่พวกมันมองไม่เห็นพฤติกรรมการเคลื่อนไหวและการตอบสนอ