วินพเนจรนั้น
ผมกล้าขึ้น และบ้าบิ่นขึ้นเล็กน้อย
‘แต่ถึงอย่างนั้น งานนี้ผมก็รับเพราะความตั้งใจของผมล้วน ๆ’
ผมถูกโยนเข้ามาในโลกของเกมที่ผมเคยเล่น
ไม่ใช่แค่เกมธรรมดาแต่เป็นโลกที่ผ่านไปแล้วหลายร้อยปี
ทุกอย่างต่างไปจากเดิมหมด
ผมไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน
บางทีอาจจะไม่มีวันกลับไปเลยก็ได้ งั้นผมก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้ได้
ไม่สิ… ต้องไม่ใช่แค่ “ยอมรับ” ผมต้อง “ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต”
“ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องสนุกไปกับมัน”
แม้จะดูแถไปนิด แต่ผมก็มองว่านี่คือ DLC
DLC หรือ DownLoadable Content คือส่วนเสริมของเกมที่ซื้อเพิ่ม
ผมเล่นเกมนี้มานานมาก และสนุกกับมันจริง ๆ
ผมไปในที่ที่คนอื่นไม่เคยไป ฆ่าบอสลับมานับไม่ถ้วน
ผมคือลูกค้าประจำที่อยู่กับเกมจนถึงฉากจบที่ 99 ทั้งที่รู้ว่าไม่มีแพตช์ใหม่อีกแล้ว
สำหรับผมโลกนี้มันไม่ใช่แค่เกมอีกต่อไป
ในฐานะคนที่รักเกม มันทำให้ใจเต้นแรงจริง ๆ
‘ก็อาจใช่แหละ ผมเคยคิดถึงการกลับไปโลกเดิมบ้าง’
แต่พูดตามตรง มันคงดีกว่าถ้าไม่ต้องกลับไป
ผมไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวอยู่แล้ว และใช้ชีวิตแบบทำงานไปวัน ๆ
ฟังแล้วไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย
แต่โลกนี้ต่างออกไป
แค่คิดถึงสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ใจผมก็เต้นแรงแล้ว
ดังนั้น งานที่คนอื่นกลัวกลับกลายเป็นความบันเทิงใหม่สำหรับผม
‘คิดแบบนี้แล้วผมนี่มันเหมือนคนบ้าเลยแฮะ’
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ
แน่นอนว่าผมคิดแบบนั้นก็จริง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่านี่คือโลก