็นทั้งแก๊ง อาวุธปืน สถาปัตยกรรมต่าง ๆ แต่พอได้นั่งรถรางแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกว่าที่นี่มันเข้าสู่โลกสมัยใหม่เต็มตัวแล้ว’
แม้กระทั่งตอนนี้ บนถนนก็ยังมีรถยนต์พ่นไอน้ำวิ่งผ่าน และยังมีเผ่าพันธุ์นอกจากมนุษย์เดินปะปนอยู่ด้วย
ในที่สุด รถรางก็หยุด และโอเชียนกับโรแนนก็ลงจากรถแล้วเริ่มเดินต่อ
จนกระทั่งไปถึงร้านแห่งหนึ่งที่มีป้ายติดอยู่หน้าร้านว่า
“ที่นี่คือสำนักงานของเรา [ไวโอเล็ต ฟ็อกซ์] เชิญข้างในได้เลยครับ”
โอเชียนเดาว่าสำนักงานของฟิกเซอร์น่าจะดูแตกต่างออกไปแต่มันกลับดูคล้ายกับตึกทั่วไปในถนนสายนี้
เมื่อเดินตามโรแนนเข้าไป เสียงกระดิ่งประตูก็ดังขึ้นแผ่วเบา
“โฮ่–โฮ่”
ภายในร้านสะอาดสะอ้านเกินคาด
มีโต๊ะไม้ เก้าอี้ โซฟาวางอยู่ด้านหนึ่ง และมีกรอบรูปแขวนอยู่ตามผนัง
ท่อทองเหลืองทอดผ่านเพดานและผนัง แสงไฟสลัวที่ส่องจากด้านหลังเพดานทำให้บรรยากาศภายในอบอุ่น
เสียงเพลงคลาสสิกเปิดคลอเบา ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงบนโต๊ะไม้
ข้างผนังอีกด้านมีชั้นวางยาวที่เรียงขวดสุราหลากชนิด
“ที่นี่เคยเป็นบาร์หรือไง?”
“เป็นกิจการเสริมครับ ฟิกเซอร์ต้องทำหลายอย่างอยู่แล้ว เลยเปิดร้านอาหารหรือบาร์ควบคู่ไว้ด้วย เพื่อดึงดูดลูกค้าและหาข้อมูล”
โรแนนพาโอเชียนขึ้นไปยังสำนักงานชั้นสอง
เมื่อทั้งสองนั่งลงบนโซฟา โรแนนก็ส่งเอกสารสัญญาให้ทันที
“นี่คือสัญญาลองอ่านดู ถ้ามีตรงไหนไม่ชอบใจก็บอกได้เลย”
โอเชียนรับสัญญามา แล้วไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็