“บ้าอะไรกันเนี่ย…”
อัศวินพึมพำออกมาเบา ๆ
น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง จนทำให้เหล่าอันธพาลถอยกรูดโดยไม่รู้ตัว
หัวหน้าแก๊งขมวดคิ้วเมื่อเห็นลูกน้องของตนหวาดกลัว
“ไอ้พวกบ้า! จะยืนบื้อกันทำไม ยิงมันสิวะ!”
“แต่มันเพิ่งจะฟันกระสุนด้วยดาบนะครับ…”
“แน่นอนว่ามันแค่ฟลุค! ยิงมันพร้อมกันให้หมด!”
หัวหน้าแก๊งตะโกนลั่น เสียงของเขาทำให้เหล่าลูกน้องที่กำลังลังเลจำต้องเปลี่ยนท่าที
พวกเขาไม่รู้ว่าอัศวินในชุดเกราะนี่เป็นใคร แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่พวกเดียวกันแน่นอน
ถ้าอย่างนั้น…ก็ต้องฆ่ามัน เพราะนายจ้างของพวกเขาไม่ต้องการให้มีใครรอดไปเป็นพยาน
ถึงจะยังไง พวกเขาก็มีถึง 40 คน พร้อมอาวุธครบมือ ส่วนอีกฝ่ายมีแค่คนเดียว
คงเป็นคนที่พวกคนงานจ้างมาช่วย แต่พวกเขามั่นใจว่าแค่คนเดียวไม่น่าจะทำอะไรได้
ชายฉกรรจ์ที่เกือบจะถอยตอนแรก กัดฟันแน่น แล้วเล็งปืนใส่อัศวิน
พวกเขาเพ่งสายตาใส่เขาอย่างอาฆาต และอัศวินก็อ่านความตั้งใจจากแววตาเหล่านั้นได้
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของอัศวินก็หายวับไปราวกับเปลวเทียนที่ดับลง
“หะ-หายไปไหนวะ?”
“มันหายไปเลย!”
ขณะที่พวกอันธพาลกำลังตื่นตระหนกและมองไปรอบ ๆ ตัว อัศวินก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มพวกมัน
ก่อนที่พวกเขาจะทันรับรู้ เขาก็ลงมือแล้ว
ดาบยาวในมือพุ่งออก ตัดผ่านอากาศ ทิ้งรอยคมสีเงินสะท้อนแสงจันทร์ ฟันทะลุร่างของอันธพาลห้าคนในพริบตา
ทันทีที่ทั้งห้าร่วงลงพื้น เลือดสาดกระจาย ร่างของอัศวิ