งเวทสกัดไว้ กระทั่งโลหิตยังจะซึมไหลออกมา
“ขอรับท่านผู้เฒ่า อาตมามีโอสถขวดหนึ่ง เรียกว่าหยาดวัชระ”
กว่างหมิงประคองขวดหยกขึ้นส่งให้อย่างนอบน้อม อู๋ซางคว้ามาทันที พลางกล่าวอย่างไร้อ้อมค้อม “พวกหัวโล้นพรรค์เจ้า ไม่ได้ประโยชน์ไม่ยอมโผล่หัวมาแต่แรกหรอก”
“ว่ามาเถิด ที่นี่มีวาสนาอันใด?”
กว่างหมิงหางตากระตุก ด่าทอในใจไปหลายห้วงลมปราณ แต่สีหน้ายังคงสงบไม่เผยพิรุธ พลางตอบ “สำหรับอาตมาแล้ว วาสนาก็คือพวกผู้ฝึกตนแคว้นนอกที่นี่”
“แต่กระบวนการฝึกปรือของผู้ฝึกตนที่นี่มีเคล็ดลับอยู่บ้าง อาศัยสมบัติวิเศษบางอย่าง อาตมารู้ตนดีว่ายังอ่อนด้อย ไม่กล้ารับภยันตรายใหญ่โตมาใส่ตน จึงไม่คิดจะครอบครอง…หากท่านผู้เฒ่ามีใจ ลองไปทอดตามองเถิด บางทีสมบัตินั้นอาจเป็นวาสนาของท่านโดยเฉพาะก็ได้”
คำพูดของกว่างหมิง หาใช่ความบริสุทธิ์
แม้เขาไม่รู้ต้นเค้าของราชโองการแท้แห่งอักขระทองแห่งวังจักพรรดิ แต่สมบัติที่สามารถให้คนครองพลังประหนึ่งวางรากฐานได้อย่างปลอมๆ เช่นนี้ ต้องมีที่มาอันน่าครั่นคร้ามแน่นอน
เช่นนี้ก็ปล่อยให้อู๋ซางไปจัดการเสีย
หากเป็นวาสนา อู๋ซางได้ไปย่อมยินดีอิ่มเอม ไว้ชีวิตเขาแน่ หากเป็นกับดัก คนตายก็แค่อู๋ซาง เขาไม่เกี่ยวอะไร!
อู๋ซางแน่นอนว่ายังไม่รู้แผนลับของกว่างหมิง
แต่เขาก็ไม่ใส่ใจอยู่ดี อย่างไรเสีย พระภิกษุวางรากฐานขั้นต้นที่พึ่งได้อำนาจจากใครไม่รู้ ยังไงก็ไม่ใช่คู่มือเขา แม้ตัวเขาจะบาดเจ็บสาหัสอยู่ก็ตาม
ในที่