มเมฆขาวคนนั้นไว้แล้วอ้อนวอน “ท่านนักพรตต้องช่วยข้าด้วยนะ”นักพรตชราของอารามเมฆขาวขมวดคิ้ว ดึงมือของผู้ตรวจการทหารหงออก แล้วกล่าวเรียบๆ “นักพรตจะพยายามอย่างเต็มที่”เปิดม่านค่ายเดินออกไป กู้เฉิงยืนอยู่หน้าประตูค่าย ทหารประจำการของเมืองเหอหยางโดยรอบต่างก็ใช้อาวุธเล็งมาที่เขาจากระยะไกล แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้
สงครามที่อารามฉางชุนครั้งนั้นพวกเขาก็เข้าร่วมด้วย พวกเขารู้ดีถึงความน่ากลัวของซากศพเดินได้เหล่านั้น คนที่อยู่ตรงหน้าคือผู้ฝึกตนที่ฆ่าซากศพเดินได้เหล่านั้นราวกับฆ่าไก่ การฆ่าพวกเขาก็คงจะเหมือนกับการฆ่าไก่เช่นกันนักพรตชราของอารามเมฆขาวเดินออกไป ประสานมือคารวะ“นักพรตโส่วเจินแห่งอารามเมฆขาวคารวะท่านกู้”กู้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคาดว่าจะมีคนมาปกป้องผู้ตรวจการทหารหงคนนั้น แต่กลับไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนของอารามเมฆขาวในบรรดาห้าสำนักที่สืบทอดลัทธิเต๋าที่ถูกต้องที่สุดในปัจจุบันอารามเมฆขาวก็เป็นหนึ่งในนั้น และเจ้าอาวาสคนปัจจุบันของอารามเมฆขาวยังเป็นหนึ่งในราชครูของราชวงศ์ต้าเฉียนรุ่นนี้อีกด้วยพลังของนักพรตชราที่อยู่ตรงหน้าถูกเก็บงำไว้ แม้แต่กู้เฉิงก็ไม่สามารถมองทะลุได้อย่างสมบูรณ์ พลังของเขาอย่างน้อยที่สุดก็บรรลุถึงระดับหกควบแน่นปราณ แข็งแกร่งกว่าอวี๋ไป่เชียนอยู่ขั้นหนึ่ง“ท่านนักพรตโส่วเจินมาขวางข้ารึ”นักพรตชราโส่วเจินส่ายหน้า “ไม่ ข้ามาเพื่อเกลี้ยกล่อมท่านกู้อย่าให้ความโกรธบดบังเห