หนิงสักครั้งหากข้าสงสัยผิด ข้าชุยคนนี้ก็จะมอบเนื้อหนักสามร้อยกว่าชั่งไว้ที่นี่ให้ทางอารามฉางชุนจัดการอย่างไรก็ได้ เป็นอย่างไร”กู้เฉิงเพิ่งจะค้นพบว่า ชุยจื่อเจี๋ยก็มีนิสัยอันธพาลอยู่บ้างเหมือนกัน
ข้าเป็นถึงผู้บัญชาการใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีพูดขนาดนี้แล้ว เจ้าอารามฉางชุนยังไม่ยอมให้พบคนอีกหรือ นั่นก็เท่ากับเป็นการตบหน้าข้าแล้วใบหน้าของชิวอี้ซินกระตุกค้างอยู่ตรงนั้นตอนนี้ทั้งอารามฉางชุนที่สามารถออกมาพบคนได้ก็มีเพียงเขากับชิวเหลียนตงสองคน เขาจะไปหาคนที่ไหนมาและยิ่งเขาลังเลเช่นนี้ ชุยจื่อเจี๋ยที่ตอนแรกเพียงแค่สงสัยก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาน่าสงสัยมากขึ้นก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ชุยจื่อเจี๋ยบีบคั้นทุกฝีก้าว“อย่างไรล่ะ ตอนนี้หน่วยพิทักษ์ราตรีของข้าเพียงแค่ต้องการพบคนคนหนึ่งเท่านั้น ท่านนักพรตชิวก็ไม่ยอมหรือ”ในขณะที่ชิวอี้ซินกำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างอย่างไรดี ภายในประตูเขาของอารามฉางชุนกลับมีเสียงดังสนั่นดังขึ้น“ตุ้ม ตุ้ม ตุ้ม”ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังทุบพื้นดินอยู่ใต้ดิน อยากจะดิ้นรนให้หลุดออกมาชิวเหลียนตงวิ่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตะโกนลั่น “ท่านอาจารย์ ปรมาจารย์ท่าน… ฟื้นแล้ว”
ชิวอี้ซินพลันมีสีหน้าดีใจอย่างบ้าคลั่ง “จริงหรือ ฟื้นแล้ว ข้าทำสำเร็จแล้ว ไม่สิ ยังมีด่านสุดท้ายอีกด่านหนึ่งถึงจะสำเร็จ ทำไมถึงเร็วกว่ากำหนด”ชุยจื่อเจี๋ยรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ รีบถาม “ปรมาจารย์อะไรอาจารย์ของเจ้าไม่