ุนก็ไม่เห็นมีนักพรตคอยดูแลจัดระเบียบ ปล่อยให้ผู้มาเยือนจัดการกันเองเขาจำได้ลางๆว่า ครั้งที่แล้วชิวเหลียนตงเคยบอกว่าอารามฉางชุนของพวกเขาจะปิดด่านเพื่อศึกษาคัมภีร์เต๋า ดังนั้นแม้แต่ส่วนแบ่งจากยาสมุนไพรของสมาคมฉางเล่อก็ไม่เอาแล้วจนกระทั่งมาถึงโถงกลาง กู้เฉิงจึงได้เห็นชิวเหลียนตงคนคุ้นเคย“ท่านนักพรตชิว เราพบกันอีกแล้ว”กู้เฉิงเดินเข้าไปทักทายสีหน้าเย็นชาของชิวเหลียนตงชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นกู้เฉิงจากนั้นเขาก็เหมือนจะนึกขึ้นได้ เดินเข้ามาถามว่า “ท่านกู้มาที่อารามฉางชุนของข้าโดยกะทันหัน มีธุระอันใดหรือ”“มีบางเรื่องที่ข้าน้อยอยากจะถามท่านเจ้าอาวาสชิวแห่งอารามฉางชุน ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่”
ชิวเหลียนตงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าว “เชิญทุกท่านไปรอที่ห้องพักแขกสักครู่ ข้าจะไปเรียนท่านอาจารย์”เมื่อถูกนำทางไปยังห้องพักแขก กู้เฉิงมองไปที่เสี่ยวอี่และโจวจงหนาน ทั้งสองคนส่ายหน้าพร้อมกัน แสดงว่าไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆมีเพียงโจวจงหนานที่พูดขึ้นมาว่า “ข้าพบว่าท่านนักพรตชิวเหลียนตงผู้นี้ดูเหมือนจะมีเรื่องในใจ”กู้เฉิงกล่าว “มีเรื่องในใจก็บอกอะไรไม่ได้ ตั้งแต่ข้าพบท่านนักพรตชิวครั้งแรก ข้าก็รู้สึกว่าเขามีเรื่องในใจแล้ว”ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูถูกเปิดออก นักพรตชราหน้าตาใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือเจ้าอาวาสอารามฉางชุน ‘นักพรตฉางชุน’ ชิวอี้ซิน ผู้ซึ่งบรรลุถึงระดับควบแน่นปราณซึ่งเป็นขั้นที่หกของการบำเพ็ญปราณแล้ว แม้