แต่ชุยจื่อเจี๋ยเมื่อเผชิญหน้ากับนักพรตชราผู้นี้ท่าทีก็ยังสุภาพมาก“คารวะท่านนักพรตชิว”กู้เฉิงและคนอื่นๆลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะชิวอี้ซินยิ้มแล้วกล่าว “ไม่ทราบว่าท่านกู้มาที่อารามฉางชุนของข้าด้วยเรื่องอันใดหรือ”กู้เฉิงกล่าว “ข้าน้อยก็ไม่อ้อมค้อมแล้ว เรื่องการหายตัวไปของคุณชายของท่านเจ้าเมือง ไม่ทราบว่าท่านนักพรตชิวทราบหรือไม่”
ชิวอี้ซินพยักหน้า “แน่นอนว่าทราบ ก่อนที่คุณชายเสิ่นจะหายตัวไป เขายังเคยมาจุดธูปที่อารามฉางชุนของข้า เพื่อขอพรให้ท่านย่าของเขาปลอดภัย เขาเป็นเด็กดี น่าเสียดายที่ใครจะคิดว่าจะมาเจอเรื่องแบบนี้ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะไปถึงหูหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้ว ไม่ทราบว่าทางท่านกู้มีข้อสรุปอะไรบ้างหรือไม่”เมื่อได้ยินชิวอี้ซินพูดเช่นนี้ กู้เฉิงกลับถามต่อไม่ถูกอีกฝ่ายพูดออกมาอย่างเปิดเผยขนาดนี้แล้ว เขาจะถามอะไรได้อีกแต่ในเมื่อมาถึงแล้ว กู้เฉิงก็ได้แต่พูดว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสอะไร แต่จากการสืบสวนของพวกเราพบว่า จำนวนคนหายในเมืองเหอหยางช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน และในบรรดาคนหายนั้น เกินครึ่งหนึ่งมีดวงชะตาแปดอักษรเป็นธาตุอิน คนเหล่านี้มีจุดร่วมอย่างหนึ่งคือ ทุกคนเคยไปจุดธูปที่อารามฉางชุน”ชิวอี้ซินชะงักไป แล้วยิ้มขมขื่น “หรือว่าท่านกู้สงสัยว่าการหายตัวไปของคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับอารามฉางชุนของข้าไม่ใช่ว่านักพรตอย่างข้าจะแก้ตัว แต่คนที่มาอารามฉางชุนของข้านั้นมีมากเกินไป