ต่ตอนนี้ข้ากลับมีความรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่ง คน น่ากลัวกว่าปีศาจและภูตผีเสียอีกคนฆ่าคน มากกว่าคนที่ปีศาจและภูตผีฆ่าเสียอีก”กู้เฉิงตบไหล่เสี่ยวอี่ “อย่าไปคิดมากเลย ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติจากมนุษย์ เรื่องเหล่านี้ต่อให้เจ้าจะสละชีวิตก็ไม่สามารถแก้ไขได้ดังนั้นสิ่งที่เจ้าสามารถทำได้ก็มีเพียงสี่คำ ไม่ละอายใจ”รินซุปไก่ให้เสี่ยวอี่ชามหนึ่ง กู้เฉิงก็สั่งให้พวกคนจากที่ว่าการอำเภอหลัวไปสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือผู้คนคนหนุ่มอย่างเสี่ยวอี่ก็ชอบคิดมาก มักจะมีบางครั้งที่คิดไม่ตก
นานๆ ครั้งก็รินซุปไก่ที่ไม่มีพิษให้ชามหนึ่ง แม้จะแก้ไขอะไรไม่ได้แต่อย่างน้อยก็เป็นการปลอบใจไม่ใช่รึหลังจากที่คนในที่ว่าการอำเภอสำรวจเสร็จแล้ว ทั้งหมู่บ้านหลี่เจียมีคนสองร้อยกว่าคน ตอนนี้เหลือรอดชีวิตเพียงสามสิบสามคนหลังจากที่คนเหล่านั้นรู้ว่าครั้งนี้พวกเขาถูกกู้เฉิงช่วยชีวิตไว้ ทุกคนก็ตื่นเต้นอย่างยิ่งอยากจะตั้งป้ายบูชาให้กู้เฉิงเพื่อขอบคุณ แต่กลับถูกกู้เฉิงปฏิเสธเขายังมีชีวิตอยู่ดีๆ มีคนมาตั้งป้ายบูชาให้ตนเอง เขาก็รู้สึกอึดอัดอยู่บ้างและเขาก็ไม่มีเวลามาเสียเปล่า หลังจากมอบเรื่องที่นี่ให้จ้าวซิงหมิงและทางการอำเภอหลัวจัดการแล้ว กู้เฉิงก็รีบกลับไปปิดด่านฟื้นฟูพลังทันที เพราะเขายังมีคนหนึ่งที่ยังไม่ได้ฆ่าอวี๋ไป่เชียนตอนที่นายพรานล่าสัตว์ ฆ่าเสือ ทิ้งลูกเสือไว้เป็นพฤติกรรมที่โง่เขลาอย่างยิ่ง เพราะลูกเสือจะจำศัตร