นจำอีกฝ่ายได้ อีกฝ่ายเป็นทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอเฟิงหยวน“โอ้ ท่านผู้ใหญ่ของเจ้ามีเรื่องอะไร ถึงขนาดต้องวิ่งมาไกลขนาดนี้มาบอกข้า”ท่าทีของอวี๋ไป่เชียนต่อทหารเกราะนิลคนนั้นค่อนข้างสบายๆแน่นอนว่าต่อให้เฉินฉงซานมา ท่าทีของเขาก็จะไม่ดีไปกว่านี้มากนักเขาไม่ได้ดูถูกหน่วยพิทักษ์ราตรี แต่ดูถูกเฉินฉงซานอยู่บ้างตำแหน่งผู้ตรวจการณ์ราตรีของอีกฝ่ายก็ยังต้องพึ่งพาสำนักเต๋าเสวียนของตนเองถึงจะได้มา พูดไม่ดีหน่อย เฉินฉงซานก็คือสุนัขที่สำนักเต๋าเสวียนเลี้ยงไว้ ตนเองให้อาหารเขากิน ก็เพียงแค่ต้องการให้อีกฝ่ายเฝ้าประตูเท่านั้นไม่มีการสนับสนุนจากสำนักเต๋าเสวียนของเขา ต่อให้หน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางจะขาดคนมากแค่ไหน ตำแหน่งผู้ตรวจการณ์ราตรีนี้ก็ไม่ถึงตาเขามาเป็นทหารเกราะนิลคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เจ้าสำนักอวี๋ ท่านเตรียมใจไว้ก่อน”อวี๋ไป่เชียนขมวดคิ้ว “ลังเลอะไรอยู่ได้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”“สำนักเต๋าเสวียน ถูกคนอื่นทำลายไปแล้ว”“เจ้าว่าอะไรนะ”
อวี๋ไป่เชียนราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง มองทหารเกราะนิลคนนั้นด้วยสีหน้าตกใจและโกรธหลังจากที่ทหารเกราะนิลคนนั้นเล่าเรื่องให้ฟังหนึ่งรอบแล้ว สีหน้าของอวี๋ไป่เชียนก็เปลี่ยนจากแดงเป็นขาว แล้วก็จากขาวเป็นแดงทันที โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เลือดคำหนึ่งก็พ่นออกมาแขกคนอื่นๆ ในร้านอาหารต่างก็มองอวี๋ไป่เชียนด้วยสีหน้าตกใจดื่มเหล้าจนอ้วกเป็นเลือดได้เลยรึ ในเหล้านี้มีพิษรึ“ก