ุกดำของหน่วยพิทักษ์ราตรีนะ”อวี๋ไป่เชียนฮึ่มเสียงเบา “ตอนนี้ถึงได้รู้ว่ากลัวรึ กลับไปบำเพ็ญเพียรซะ”ไล่ตู้จื่อหยางไปแล้ว อวี๋ไป่เชียนก็พูดกับจงหลิน “ไปตามเฉินฉงซานผู้ตรวจการณ์ราตรีอำเภอเฟิงหยวนมาให้ข้า รับของดีจาก
สำนักเต๋าเสวียนของข้าไปมากขนาดนี้ ก็ถึงเวลาที่เขาต้องออกแรงแล้ว ข้าจะไปพบกับกู้เฉิงคนนั้น”อวี๋ไป่เชียนเดินออกจากประตูไป พูดเสียงหนัก “ข้าผู้น้อยคือเจ้าสำนักเต๋าเสวียนอวี๋ไป่เชียน เมื่อครู่จงหลินได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ข้าฟังแล้ว ไม่ทราบว่าท่านกู้มีความคิดเห็นอย่างไร”อวี๋ไป่เชียนมองกู้เฉิง จริงๆ แล้วท่าทีของเขาก็มีความหมายว่ามองจากที่สูงลงมาอยู่บ้างในด้านฝีมือ อวี๋ไป่เชียนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรสายตรงที่หาได้ยากคนหนึ่ง บรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นเจ็ดหยั่งรู้แล้ว ห่างจากขั้นหกรวมปราณเพียงแค่ก้าวเดียวแตกต่างจากผู้บำเพ็ญปราณในขั้นบำเพ็ญปราณและขั้นบำรุงวิญญาณ ขั้นหยั่งรู้สามารถจินตนาการถึงลายเต๋าและยันต์ต่างๆ ในสมองได้แล้ว สามารถใช้วิชาเต๋าและยันต์ต่างๆ ได้ในทันที พลังต่อสู้เมื่อเทียบกับขั้นบำรุงวิญญาณอาจกล่าวได้ว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ขอเพียงมีระยะห่างที่เหมาะสม แม้แต่จะสามารถสู้กับนักรบระดับเดียวกันจนตายได้ที่สำคัญที่สุดคือ อวี๋ไป่เชียนในภายหลังยังได้ฝึกวิชาสายมารอีกไม่น้อย แม้จะไม่ได้ช่วยให้ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาเพิ่มขึ้นมากนัก แต่กลับช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ให้เขาได้ไม่น้อย ชดเชยจุดอ