่อนด้าน
ร่างกายที่อ่อนแอของเขา แม้แต่นักรบที่บรรลุถึงขั้นหกโลหิตพล่านมาสู้กับเขา ก็ยังไม่ได้เปรียบดังนั้นในสายตาของอวี๋ไป่เชียน ทั้งหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง คนที่สามารถพูดคุยกับเขาได้อย่างเท่าเทียม ก็มีเพียงชุยจื่อเจี๋ยคนเดียวเท่านั้นกู้เฉิงเคาะโต๊ะ พูดเสียงหนัก “ง่ายมาก ส่งตัวตู้จื่อหยางมาฆ่าคนต้องชดใช้ด้วยชีวิต ติดหนี้ต้องชดใช้ด้วยเงินเพราะตู้จื่อหยางคนเดียว ทำลายชีวิตคนไปหลายร้อยคน ฆ่าเขาสิบครั้งร้อยครั้งก็ยังไม่พอตอนนี้ในหมู่บ้านหลี่เจียยังมีคนรอดชีวิตอยู่สามสิบกว่าคน ขอเพียงนำเขาไปสังเวยเลือดให้ภูตอสูร ก็จะสามารถสลายความแค้นของมัน ช่วยชีวิตคนเหล่านั้นได้”“เป็นไปไม่ได้”อวี๋ไป่เชียนโบกมือ ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด“เมื่อครู่ข้าถามศิษย์ของข้าแล้ว หลี่จงฮั่นคนนั้นเขาฆ่าจริงๆ แต่ทุกคนก็เป็นคนในยุทธภพ ทะเลาะกันแล้วพลั้งมือฆ่าคนก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่รึและเขาก็ไม่ได้สั่งให้ผู้ใหญ่บ้านคนไหนไปรังแกครอบครัวของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกชาวบ้านเลวทรามเหล่านั้นใส่ร้ายป้ายสี”
ตู้จื่อหยางเป็นศิษย์เอกของเขา ที่สำคัญที่สุดคือ ตู้จื่อหยางเป็นผู้บำเพ็ญเพียรคนเดียวในบรรดาศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักเต๋าเสวียนในปัจจุบันที่มีพรสวรรค์ด้านการบำเพ็ญปราณแม้จะวิชาสายมารจะแข็งแกร่ง แต่ความสำเร็จก็มีจำกัดเหมือนกับจงหลินที่เป็นผู้อาวุโสที่บำเพ็ญวิชาสายมารเป็นหลัก เกรงว่าชาตินี้ก็จะหยุดอยู่แค่นี้แล้วมีเพียงผู้บำเพ็