าเอาโฉนดที่ดินออกมา ทุกคนจะช่วยเจ้าทำนา พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็จะไม่ขาดปากเจ้าหรอก เจ้าว่าอย่างไร”หญิงสาวไม่พูดอะไร เพียงแค่ใช้ดวงตาสีแดงก ่าจ้องมองชายชราตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายเขาคือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านหลี่เจีย เป็นคนที่อายุมากที่สุดในตระกูลหลี่ ‘มีคุณธรรมสูงส่ง’ สามีเธอต้องเรียกเขาว่าท่านปู่ทวดจำได้ว่าทุกปีที่ตระกูลหลี่ซ่อมแซมศาลบรรพชน เขาจะต้องมาขอเงินครั้งหนึ่ง แต่ศาลบรรพชนของตระกูลหลี่ยังคงมีลมรั่วในฤดูหนาว ฝนรั่วในฤดูร้อน
ชายชราถูกสายตาของหญิงสาวจ้องจนรู้สึกอึดอัด เขาบิดคอไปมา ฮึ่มเสียงเบา “เจ้าไม่ยอมให้ก็ช่างเถอะ ที่ดินข้าก็จะทำเหมือนเดิมในโฉนดที่ดินนั่นเขียนชื่อของจงฮั่น เป็นที่ดินของตระกูลหลี่ของข้า ต่อให้เจ้าร้องเรียนไปถึงที่ว่าการอำเภอก็ไม่มีประโยชน์”ชายชราช้าๆ เดินจากไป ถือแจกันใบหนึ่งติดมือไปด้วยสามีเธอเพิ่งจะออกทุกข์ได้ครึ่งวัน บ้านก็ถูกขนของไปจนเกลี้ยงแล้วชายอายุสี่สิบกว่าปี หน้าตาซอมซ่อ ปากเบี้ยวตาเข ฟันเหลืองเต็มปากเดินเข้ามาอย่างเกเร มองดูบ้านที่ว่างเปล่า เขาก็ถ่มน ้าลายด่าว่า “แม่เอ๊ย ไอ้พวกหลานนั่นขนของเร็วชิบเป๋ง ไม่เหลือแม้แต่เส้นขน”ชายคนนี้เธอก็จำได้ ชื่อไล่ซาน เป็นคนขี้เกียจที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้าน ชอบกินขี้เกียจทำ อายุสี่สิบกว่าปีแล้วยังไม่ได้แต่งงานวันนี้ไล่ซานตื่นสาย อยากจะขนของ แต่กลับไม่ได้แม้แต่เส้นขนลูกตาของเขากลิ้งไปมา ทันใดนั้นก็มองไปที่หญิงสาวที่