ข้าใจกลไกนี้ก็กระพริบตาเบาๆ คิดแผนขยายผลได้ในทันที
ประกันภัยพิบัติของพันธมิตรเซียนขณะนี้ มีราคาสูงลิ่ว
มีเพียงเจ้าของเรือขนาดใหญ่เช่นเฉินสิงไห่เท่านั้นจึงซื้อได้ บรรดานายท้ายบนเรือกลับไม่ต้องซื้อ เห็นได้ชัดว่าเสียของสิ้นดี
ในสายตาลวี่หยาง พันธมิตรเซียนควรเปิดขาย “ประกันภัยส่วนบุคคล” เพื่อคุ้มครองตัวบุคคลโดยเฉพาะ
แน่นอน ประกันลักษณะนี้ย่อมแทบไม่มีใครซื้อ เพราะสำหรับชาวทะเลแล้ว การออกทะเลก็ไม่ต่างจากการเอาชีวิตไปเสี่ยง อาจถูกปลาคว้าไปกลืนกลบเมื่อใดก็ไม่รู้
แม้ซื้อประกันส่วนบุคคลไว้ หากตายไปก็ไม่มีทางได้รับค่าชดเชยอยู่ดี
ดังนั้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงอาจปล่อยข่าวลือว่า “ซื้ออาจไม่มีประโยชน์ แต่ถ้าไม่ซื้อ อาจถูกส่งไปรับหน้าที่ในทะเลอันตรายก็เป็นได้”… หากเป็นเช่นนี้ ยอดขายย่อมทะลักทะลาย!
แถมอุบายนี้ยังมิใช่สิ่งที่ลวี่หยางคิดขึ้นเอง ในสนามรบระหว่างฝ่ายธรรมะกับมาร เคยมีเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ท่านหนึ่งทำเช่นนี้มาแล้ว และหลังความสำเร็จก็ฟันกำไรเป็นกอบเป็นกำ
เรียกจิตกลับคืน ลวี่หยางหันไปมองบุรุษวัยกลางคนผู้นั้นอีกครั้ง
เขารออย่างอดทน จนอีกฝ่ายสนทนากับเฉินสิงไห่เสร็จสิ้นและขับแสงทะยานเร้นจากไปแล้ว เขาจึงลอบติดตาม รอจนแน่ใจว่าในระยะพันลี้ไม่มีผู้ใด จึงลงมือทันที
เพียงคว้าก็สำเร็จ ตามด้วยการตรวจจิตสืบทราบในบัดดล
เฉินสิงไห่เป็นเพียงชาวทะเลชั้นล่าง ย่อมรู้ความลับไม่มาก แต่บุรุษวัยกลางคนผู้เ