บทที่ 167 บัดซบ! นี่น่ะหรือคือระดับก่อกำเนิด!?
เหนือฟากฟ้าของเกาะ กลุ่มคนทั้งสองยังคงเผชิญหน้ากันอยู่
ฝ่ายนิกายเสินเซียว มีสตรีในชุดนักพรตผู้หนึ่งเป็นผู้นำ รูปโฉมสะคราญตา เปี่ยมเสน่ห์อ่อนหวาน ทว่าในยามนี้กลับแฝงรังสีดุดันบนใบหน้าอันงามระเรื่อ กำลังจ้องเขม็งไปเบื้องหน้า
ส่วนผู้เป็นผู้นำฝ่ายนิกายชิงถิงนั้น เป็นเต๋าเฒ่าขนคิ้วขาวผู้มีท่วงท่าเหมือนเซียน พินิจเห็นในมือเขาถือมณีเวทสีครามอยู่เม็ดหนึ่ง เอ่ยพลางหัวเราะเย็นว่า “ท่านหญิงเซียว ทั่วครึ่งทะเลคลุ้มคลั่งใครเล่าจะไม่รู้ว่าซือจุนของเจ้านั้นถึงแก่ความตายไปนานแล้ว นิกายเสินเซียวคงเหลือแต่เจ้าเพียงผู้เดียว!”
“วันนี้ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”
“ต้องรู้ไว้ว่านิกายเสินเซียวสมัยก่อนนั้น แท้จริงก่อตั้งขึ้นโดยศิษย์ทรยศของนิกายชิงถิงข้า ปล่อยให้พวกเจ้ารุ่งเรืองอยู่นานถึงเพียงนี้ วันนี้ก็ควรคืนสู่รากเหง้ากันเสียที!”
เมื่อเสียงสิ้นสุด เหล่าผู้คนเบื้องหลังก็ส่งเสียงเห็นด้วยกึกก้อง
ส่วนท่านหญิงเซียวก็โกรธจนใบหน้างามงดแดงก่ำ อกสะท้านไหว “ไร้ยางอาย! นิกายชิงถิงของพวกเจ้าต่างหากที่แยกตัวออกจากนิกายเสินเซียวของข้า!”
“ก็เพียงเพราะนิกายเสินเซียวของข้ายามนี้เสื่อมถอย พวกเจ้าถึงได้มีโอกาสฉวยประโยชน์อยู่บ้างเท่านั้น!”
“พวกอกตัญญูผู้หันหลังให้ครูบาอาจารย์ คิดจะลบล้างต้นสำนักเพียงเพราะช่วงนี้พอมีอำนาจขึ้นมาบ้างหรือ!? คิดว่าค่ายกลใหญ่น้ำหลอมแห่งเสิน