แบบทรมานตนเองเช่นนี้แต่หากฝึกฝนด้วยวิธีนี้ต่อไป กู้เฉิงคาดว่าอีกสามเดือน เขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของระดับเก้าได้แล้ว‘คัมภีร์เส้นชีพจรอิน’ และ ‘กระบี่สุริยันอักขระเดียว’ ที่ได้รับมาจากหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง กู้เฉิงก็ได้ฝึกฝนแล้วคัมภีร์เส้นชีพจรอินเป็นตำราวิชาบำเพ็ญปราณ เส้นชีพจรมีหยินหยาง คัมภีร์เส้นชีพจรอินคือการบำเพ็ญปราณในเส้นชีพจรอินหลังจากฝึกฝนคัมภีร์เส้นชีพจรอินแล้ว กู้เฉิงก็สามารถยืนยันได้ในที่สุดว่า พลังสายหนึ่งที่เขาได้รับจากการฆ่าภูตชางที่ศาลเจ้าเทพภูเขาในครั้งนั้น ก็คือ ‘ปราณ’ ของผู้บำเพ็ญปราณนั่นเองแต่กู้เฉิงไม่ได้คิดจะฝึกฝนคัมภีร์เส้นชีพจรอินเหมือนกับที่เถียเทียนอิงเคยกล่าวไว้ พลังของคนเรามีจำกัด การฝึกฝนสองสายวิชาพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือทั้งสองสายวิชาล้วนไปไม่ถึงจุดสูงสุด
ในเมื่อการฆ่าภูตผีสามารถได้รับพลังของผู้บำเพ็ญปราณได้ กู้เฉิงจึงคิดจะเน้นฝึกฝนวิถีนักรบเป็นหลัก ส่วนการบำเพ็ญปราณก็แล้วแต่โชคชะตาส่วนกระบี่สุริยันอักขระเดียวนั้น เป็นกระบวนท่ากระบี่หนึ่งท่า เมื่อฟาดฟันออกไป พลังปราณจะรวมเป็นหนึ่งเดียว พลังจะวิ่งไปตามเส้นชีพจรหยาง สามารถระเบิดกระบวนท่ากระบี่ที่ร้อนแรงดุจเปลวไฟออกมาได้แต่กระบวนท่ากระบี่นี้ต้องรอจนถึงระดับแปดฝึกภายใน สามารถปล่อยพลังปราณออกนอกกายได้ จึงจะสามารถแสดงอานุภาพสูงสุดออกมาได้กู้เฉิงในตอนนี้ใช้แล้วไม่เห็นประกา