ยไฟแม้แต่น้อยหยิบผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อบนศีรษะ กู้เฉิงผลักประตูห้องเก็บตัวเตรียมจะกลับไปพักผ่อนทันใดนั้นเสี่ยวอี่ก็วิ่งมาตะโกนว่า “เฉิง…พี่กู้ มีภารกิจแล้ว ท่านใต้เท้าเรียกพวกเราไป”กู้เฉิงพยักหน้า แล้วรีบตามเสี่ยวอี่ไปที่ห้องโถงใหญ่ช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้เขาเคยเห็นคนของหน่วยพิทักษ์ราตรีออกปฏิบัติภารกิจบ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กน้อย
เช่น ชาวบ้านในหมู่บ้านไหนฝังศพผิดที่ในสุสานเลี้ยงศพ ผลคือเลี้ยงเจียงซือขึ้นมายังมีอสูรในป่าเขาก่อกวนผู้คนบ้าง ส่วนใหญ่ล้วนไม่เป็นอันตรายมากนัก ทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีหนึ่งหน่วยก็สามารถแก้ไขได้ในตอนนี้ในห้องโถงใหญ่มีทหารเกราะนิลเจ็ดแปดคนอยู่แล้ว เมิ่งหานถังนั่งอยู่ตรงกลาง มือปราบสองคนสวมชุดสีดำ ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อยกำลังพูดอะไรบางอย่างกับเมิ่งหานถังเมิ่งหานถังมองดูมือปราบทั้งสองคน แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย“พูดแบบนี้ก็คือ พวกเจ้าไม่เห็นผี แค่คนฆ่าคน แล้วพวกเจ้าก็กล้ามารายงานหน่วยพิทักษ์ราตรีรึ คิดว่าคนของหน่วยพิทักษ์ราตรีว่างงานมากรึไง”มือปราบคนหนึ่งรีบกล่าว “ท่านใต้เท้าโปรดระงับโทสะ แม้จะเป็นคนฆ่าคน แต่ฉากนั้น…อ้วก”มือปราบคนนั้นอาเจียนออกมาหนึ่งครั้ง แล้วพยายามฝืนพูดต่อ“ฉากนั้นผิดปกติอย่างแน่นอน ไม่ใช่สิ่งที่คนจะทำได้อย่างแน่นอนท่านใต้เท้าทั้งหลายของหน่วยพิทักษ์ราตรีไปดูแล้วจะรู้เอง”เมิ่งหานถังคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเหลือบมองทหารเกราะนิลเบื้องล่าง“หวัง