ฟันควักตั๋วเงินสองพันตำลึงโยนให้นักพรต“ท่านหญิงยังติดข้าอีกหนึ่งพันตำลึงนะ”“ก็ท่านบอกว่าคนละหนึ่งพันตำลึงไม่ใช่เหรอ”นักพรตชี้ไปที่ตัวเอง “กฎของวงการข้าท่านหญิงลืมไปแล้วเหรอค่าสินน ้าใจไง”จางซื่อกัดฟันโยนเงินอีกหนึ่งพันตำลึงออกมา นักพรตจึงเก็บเงินอย่างพอใจแล้วเดินจากไป ก่อนไปยังพูดทิ้งท้าย “อ้อ เดี๋ยวท่านหญิงอย่าลืมจ่ายค่าชาด้วยนะ ข้าเป็นคนมีหน้ามีตา ทำเรื่องกินแล้วชิ่งไม่ได้”เมื่อพวกเขาไปแล้ว จางซื่อก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้ เธอกอดกู้เจิ้งแล้วพูดด้วยความแค้น “เจิ้งเอ๋อร์ เจ้าเห็นความอัปยศที่แม่ได้รับแล้วใช่ไหม
อีกไม่นานแม่จะให้ลุงของเจ้าใช้เส้นสาย เอาเงินเก็บของบ้านเราทั้งหมดออกมา หาวิธีให้เจ้าได้เข้าเป็นศิษย์ของสำนักเมฆขาวให้ได้ตำแหน่งโหวของตระกูลกู้เป็นของเจ้า ตระกูลกู้จะรุ่งเรืองได้ ก็ต้องพึ่งเจ้าทั้งหมดข้าจะให้ยายแก่คนนั้นได้เห็น ว่าเจ้าเด็กที่นางปกป้องน่ะมันเป็นแค่เศษสวะ มีแต่เจ้าเท่านั้นที่จะทำให้ตระกูลกู้กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง สร้างชื่อเสียงให้วงศ์ตระกูล”กู้เจิ้งพยักหน้าอย่างแรง แม้จะยังเด็ก แต่ใบหน้าของเขากลับแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและอำมหิตอย่างยิ่งชั้นล่างของโรงเตี๊ยม นักพรตพลิกตั๋วเงินในมือไปมา ยิ้มอย่างภาคภูมิใจต่อให้ผู้หญิงคนนี้ไม่จ่ายเงินจ้างนักฆ่า เขาก็ต้องลงมืออยู่ดีแตะต้องภูตหัวใจของเขา เขาจะปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นออกจากเมืองหลวงไปอย่างราบรื่นได้อย่างไรตอนนี้มีคนจ่ายเงิน