งกู้เฉิงเช่นนี้ ตามที่ตำราวิถีนักรบกล่าวไว้ ถือว่ารวดเร็วอย่างยิ่ง น่าจะเกี่ยวข้องกับพื้นฐานที่เขาสร้างไว้ตั้งแต่ยังเด็กในความทรงจำ สมัยที่บิดาของกู้เฉิงยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สอนเพลงมวยพื้นฐานให้เขาตั้งแต่เล็ก แต่หลังจากที่บิดาเสียชีวิต ท่านย่าก็เลี้ยงดูเขาอย่างตามใจจนเกินไป ทำให้เขาละเลยการฝึกฝนไปบ้างหลังจากผ่านพ้นไปหนึ่งเดือน ในที่สุดเถียเทียนอิงก็นำหนังสือรับรองมาส่งให้ กู้เฉิงสามารถออกเดินทางไปยังเมืองเหอหยางเพื่อรายงานตัวได้แล้ว เป็นการหลุดพ้นจากจวนโหวที่อันตรายราวกับคุกแห่งนี้เสียทีณ หน้าประตูใหญ่ของจวนโหว ทุกคนในจวนต่างออกมายืนส่งท่านย่าโอบกอดกู้เฉิงพร้อมทั้งเช็ดน ้าตา “หลานย่า ไปถึงเมืองเหอหยางแล้วต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าได้เสียดายเงินทอง ในจวนของเรายังพอมีเงินเก็บอยู่ หากเงินหมดก็เขียนจดหมายกลับมานะ”
เถียเทียนอิงกระแอมเบาๆ “ท่านย่าโปรดวางใจ เงินเดือนของหน่วยพิทักษ์ราตรีของเรานั้นสูงมาก สูงกว่าข้าราชการฝ่ายบุ๋นและฝ่ายทหารเสียอีก”กู้เฉิงคำนับท่านย่าหนึ่งครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองตัวอักษรสี่ตัวบนป้ายหน้าจวนที่เขียนว่า ‘จวนจงหย่งโหว’ แล้วเอ่ยด้วยน ้าเสียงหนักแน่น“ท่านย่าวางใจเถิด ข้าจะดูแลตนเองให้ดี รอจนวันที่หลานสร้างเนื้อสร้างตัวได้สำเร็จ ข้าจะกลับมา”คำพูดของกู้เฉิงนี้ ไม่ใช่เพียงแค่กล่าวกับท่านย่า แต่ยังเป็นการกล่าวกับ ‘ตัวเอง’ กล่าวกับ ‘กู้เฉิง’ คนที่ต้องตายไปด้วยวิชาคุณไส