ดถึงเจ้า และในวันนี้เจิ้งเอ๋อร์ก็อุตส่าห์ลาเรียนจากสำนักศึกษาเพื่อมาส่งเจ้าโดยเฉพาะ”เด็กหนุ่มรูปงามอายุราวสิบห้าสิบหกปีเดินออกมาจากข้างกายจางซื่อ ใบหน้าประดับรอยยิ้มจางๆ พร้อมกล่าวกับกู้เฉิง “ขอให้พี่ใหญ่เดินทางโดยสวัสดิภาพ”เด็กหนุ่มผู้นั้นคือ กู้เจิ้ง บุตรชายของจางซื่อนั่นเอง
ในความทรงจำของกู้เฉิง เขาปรากฏตัวน้อยมาก จางซื่อส่งเขาไปเรียนที่สำนักศึกษาตั้งแต่ยังเด็ก อีกทั้งยังจ้างทหารที่ปลดประจำการมาเป็นครูฝึกสอนเพลงมวยให้เขาด้วยเมื่อเทียบกับกู้เฉิงที่ไม่ได้เรื่องทั้งบุ๋นและบู๊ กู้เจิ้งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้ที่เก่งกาจครบเครื่องทั้งสองด้านกู้เฉิงไม่รู้ว่าเขารับรู้เรื่องราวที่มารดาของตนได้ทำลงไปหรือไม่แต่จากที่เห็นในตอนนี้ อย่างน้อยระหว่างเขากับกู้เฉิงก็ไม่ได้มีความสนิทสนมใดๆ ต่อกันกู้เฉิงก้มหน้าลง พยายามไม่ให้จางซื่อเห็นแววตาที่คมปลาบของตน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ขอบคุณท่านอาสะใภ้และน้องชาย”เถียเทียนอิงยื่นหนังสือรับรองและป้ายประจำตัวของหน่วยพิทักษ์ราตรีให้กู้เฉิง “คุณชายกู้ ข้าได้ส่งข่าวไปยังเมืองเหอหยางแล้ว ท่านเพียงนำเอกสารเหล่านี้ไปรายงานตัวที่นั่นได้เลย หน่วยพิทักษ์ราตรียังมีภารกิจอื่นอีกมาก ข้าคงไม่ได้ไปส่งท่าน”เถียเทียนอิงในฐานะทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวง มีภารกิจมากมาย ย่อมไม่สามารถไปส่งกู้เฉิงถึงเมืองเหอหยางด้วยตนเองได้ท่านย่าเอ่ยอย่างเป็นกังวล “แล้วระหว่างทางจะเกิดอ