บทที่ 162 ทุกสิ่งล้วนมีเหตุ
ในชั่วพริบตานั้น กระบี่อเวจีที่สะสมพลังจนถึงขีดสุด ก็ได้แสดงความร้ายกาจออกมาอย่างสมศักดิ์ศรี แสงกระบี่สีเลือดฟาดฟันลงไปโดยไร้สิ่งใดต้านทาน ฉับพลันตัดร่างอู๋ชางขาดเป็นสองท่อน
และยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น
แสงกระบี่ของกระบี่อเวจี หาใช่เพียงคลื่นกระบี่ธรรมดาไม่ แต่เปรียบดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ทะลักทลายจากเขื่อนพัง
เมื่อฟันอู๋ชางจนขาดสะบั้นแล้ว แสงกระบี่กลับยังไม่หยุด ไหลทะลุไปเบื้องหน้า ทะลวงค่ายกลปิดผนึกที่อู๋ชางใช้กั้นระหว่างโลกภายนอกกับยอดเขาปะสานฟ้า กระทั่งพุ่งขึ้นสู่ผืนเมฆเหนือฟ้า
เหล่าเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่ซุ่มอยู่รอบนอก ต่างตะลึงพรึงเพริดกับภาพตรงหน้า
ทั่วท้องฟ้าพลันแปรเป็นสีแดงฉาน
เหล่าเจินเหรินที่อยู่ในแดนวางรากฐานพากันแหงนหน้ามองไปยังแสงกระบี่นั้น แม้ไม่อาจมองเห็นอะไรชัดเจน แต่ต่างสัมผัสได้ถึงพลังแห่งการทำลายล้างที่ไหลเวียนอยู่ในนั้น
“กระบี่อเวจีสมกับชื่อจริง ๆ!”
“ไม่อยากจะเชื่อว่าของสิ่งนี้จะร้ายกาจถึงเพียงนี้… ดาบรุ่นก่อน ๆ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งด้วยซ้ำ… หรือจะเป็นเพราะได้นำสองเจินเหรินจากนิกายเสินอู่มาเป็นเครื่องสังเวยกระบี่?”
“สุดยอด…”
เหล่าผู้มุงดูพากันสบตาอย่างตกตะลึง ทุกคนต่างรู้ดีว่าแม้แต่พวกเขา หากต้องเผชิญกับกระบี่นี้เข้า ก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่
หากเป็นผู้ฝึกตนระดับกลางแห่งวางรากฐานที่ใช้กระบี่นี้ ก็พอจะเข้าใจได้
แต่ลวี่หยางเล