ยามค่ำคืนของเมืองหลวงโคมแดงนับร้อยแขวนเรียงรายตลอดถนนย่านโคมแดงแสงไฟส่องสะท้อนพื้นหินจนดูราวกับสายธารสีทองเสียงพิณ เสียงหัวเราะ และกลิ่นสุราลอยคลุ้งอยู่ในอากาศสถานที่ที่คึกคักที่สุดในคืนนี้ยังคงเป็นหอเยว่เซียงหอคณิกาที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองหลวงหน้าประตูหอรถม้าคันหนึ่งหยุดลงอย่างสง่างามชายหนุ่มในชุดคลุมสีหมึกก้าวลงมารูปร่างสูงสง่าดวงตาคมลึกแสงโคมแดงสะท้อนใบหน้าคมคายของเขาผู้คนรอบ ๆ ต่างหันมองทันทีเพราะกลิ่นอายของบุรุษผู้นี้ไม่เหมือนแขกธรรมดาเขาคือเซียวอวี้เฉินแม่ทัพหนุ่มแห่งแคว้นซีหลิงเขามองอาคารสูงสามชั้นตรงหน้าโคมแดงแกว่งไกวเบา ๆเสียงพิณอ่อนหวานลอยออกมาจากด้านในมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย“หอเยว่เซียง…”เขาพึมพำเบา ๆก่อนจะก้าวเข้าไปภายในหอเสียงดนตรีไพเราะดังคลออยู่แขกจำนวนมากนั่งดื่มสุราและพูดคุยกันอย่างครึกครื้นแต่ในชั้นบนห้องรับรองชั้นดีรัชทายาทแห่งแคว้นกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้แกะสลักข้างกายมีองครักษ์สองคนแต่บรรยากาศรอบตัวเขากลับสงบนิ่งราวกับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ดวงตาของเขามองลงไปยังเวทีด้านล่างคืนนี้มีการแสดงพิเศษแสงโคมค่อย ๆ หรี่ลงเสียงซุบซิบของแขกเริ่มเบาลงก่อนที่เสียงพิณสายแรกจะดังขึ้น“ตึง…”เสียงนั้นใสกังวานราวกับหยดน้ำตกลงบนผิวน้ำหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังม่านโปร่งบางร่า