แต่สายตาของเขาเริ่มเย็นลงอ๋องเสวียนยังคงพูดต่อ“หากเจ้าตกลง”“ข้าสามารถรับเจ้าเข้าจวนอ๋อง”“เป็นสนมของข้า”เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีหลินเซียงหลัวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างสุภาพ“ท่านอ๋องให้เกียรติหม่อมฉันมากเกินไปแล้วเพคะ”อ๋องเสวียนยิ้ม“เจ้าปฏิเสธหรือ”ก่อนที่นางจะตอบเสียงหนึ่งก็แทรกขึ้น“ท่านอ๋องช่างใจร้อนจริง ๆ”รัชทายาทพูดขึ้นอย่างเรียบ ๆเขายกถ้วยสุราขึ้นจิบก่อนจะพูดต่อ“นางยังไม่ทันได้ตอบ”อ๋องเสวียนหัวเราะเบา ๆ“รัชทายาทดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้มากกว่าที่ข้าคิด”เซียวเหยียนยิ้มบาง ๆ“ก็แค่ไม่อยากให้ท่านอ๋องทำให้สตรีลำบากใจ”หลินเซียงหลัวรู้สึกได้ทันทีว่าเขากำลัง ช่วยนางนางจึงลุกขึ้นช้า ๆก่อนจะคำนับฮ่องเต้และฮองเฮาที่ประทับอยู่ด้านหน้า“หม่อมฉันมีความสามารถเพียงเล็กน้อย”“หากฮ่องเต้และฮองเฮาไม่รังเกียจ”“หม่อมฉันอยากแสดงบางอย่างถวายเพคะ”ฮ่องเต้ยิ้ม“โอ้? เจ้าจะเล่นพิณหรือ”หลินเซียงหลัวส่ายศีรษะเบา ๆ“หม่อมฉันอยากถวายอักษรเพคะ”ไม่นานโต๊ะเขียนพู่กันก็ถูกนำมาตั้งหลินเซียงหลัวหยิบพู่กันขึ้นมือเรียวงดงามจับพู่กันอย่างมั่นคงแสงจากกองไฟสะท้อนบนกระดาษสีขาวนางเริ่มเขียนพู่กันเคลื่อนไหวอย่างสง่างามเส้นอักษรไหลลื่นราวกับสายน้ำไม่นานบทกวีสั้น ๆ ก็ปรากฏบนกระดาษใจหนึ่งมุ่งสู่เส้นทางไกลมิอาจหยุดอยู่เพี