าง จึงค่อยดับไฟโทสะลง
“ฮึ่ม…”
เขาก้มหน้าลงพอดี สบสายตากับดวงเนตรงามคู่นั้นซึ่งใสราวน้ำค้างในฤดูใบไม้ร่วง
แม้ถึงสถานการณ์ตอนนี้ อากัปกิริยาของนางยังคงสง่างามไม่เสื่อมคลาย เส้นผมที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยยิ่งขับเน้นเสน่ห์ให้แก่โฉมหน้างดงาม
“ข้าขอโทษ…”
เรียวปากเผยอเปล่งถ้อยคำออกอย่างพร่ำเพรื่อ ขณะเดียวกันหรั่วเซียงก็เชิดลำคอขาวผ่องขึ้นเบา ๆ ลำคอเคลื่อนไหวเล็กน้อย…
หนึ่งวันให้หลัง
ลวี่หยางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ยุติการ “ร่วมหารือหนทางแห่งเต๋า” กับหรั่วเซียง
แม้เขาจะมิใช่บุรุษลุ่มหลงในกามารมณ์ แต่ “เคล็ดวิชาปะสานฟ้า” แห่งยอดเขานี้สามารถถ่ายทอดความเข้าใจและประสบการณ์ได้ผ่านการฝึกฝนคู่ เพื่อผลลัพธ์สูงสุด ก็จำเป็นต้องยอมใช้วิธีนี้
ต่อมา หรั่วเซียงเหยียดกายขาวดั่งหยกออกอย่างหมดจด ก่อนหยิบตราเวทสีขาวดำปนกันแผ่นหนึ่งส่งให้ลวี่หยาง
“ของสิ่งนี้เรียกว่าตราประจำยอดเขาปะสานฟ้า ถือเป็นสัญลักษณ์ของจ้าวยอดเขาในแต่ละรุ่น” หรั่วเซียงแนบกายเข้ามาหาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ท่านถือของสิ่งนี้ พร้อมกับมีข้ารับรอง ย่อมสามารถใช้อำนาจแทนจ้าวยอดเขาได้ เช่นนี้แล้ว ข้าก็ถือว่ามิได้ผิดคำสัญญา และอีกอย่าง ท่านก็ลงโทษข้าไปแล้วเช่นกัน…”
ลวี่หยางได้ฟัง ถามกลับด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย
พูดให้มากคำ ก็แค่ให้ “แทน” อำนาจ ไม่ใช่ “ครอบครอง” อำนาจอย่างแท้จริง หากวันหนึ่งหรั่วเซียงเปลี่ยนใจ ก็สามารถดึงตรานี้กลับคืนได้ทุกเมื่อ
นางคิดจะควบคุมเขาน