บทที่ 159 คัมภีร์พินิจโอสถทองคำ
ตลอดหนึ่งเดือนหลังจากนั้น ลวี่หยางยังคงพำนักอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเวลาเนิ่นนานเข้า เขาก็เลือกพักค้างบนยอดเขาปะสานฟ้าเสียเลย บ้างก็ถกเต๋ากับสตรีหรั่วเซียง บ้างก็ฟังเสียงขลุ่ยจากเฉินซูเชี่ยน ชีวิตยามนี้เรียกได้ว่าแสนจะละเมียดละไม
แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการประดับประดา
ลวี่หยางมีกายดุจเหล็กกล้า จิตวิถีมั่นคงดั่งศิลา เรื่องรักใคร่ระหว่างมารดาบุตรีไม่อาจสั่นคลอนจิตใจเขาได้แม้แต่น้อย ส่วนใหญ่แล้ว เขายังคงจดจ่ออยู่กับคัมภีร์ที่อยู่ในมือ
“คัมภีร์พินิจโอสถทองคำ… ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เจินจวินผู้รจนาไว้ซึ่งคัมภีร์เล่มนี้ นามว่าเจินจวินอั้งเซียวปี้ยื่อ หลอมรวมโอสถทองคำ บรรลุผลแก่ไม้ใหญ่แห่งมหาดิน กระนั้นกลับเป็นเจินจวินที่น่าอัปยศที่สุดในประวัติศาสตร์นิกายศักดิ์สิทธิ์
เพราะท่านผู้นั้น… เป็นคนดี
นี่มิใช่คำพูดลอย ๆ อย่างแน่นอน อย่างน้อยตลอดช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่ง ก็ไม่เคยมีการกระทำอันเหี้ยมโหดแม้สักครา กระทั่งยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนิกายกระบี่หยก วิหารแห่งเต๋า และสุขาวดีเซิ่นเล่อ เป็นผู้มีไมตรีทั่วไปทั่วทั้งหล้า
“แม้ฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็มิใช่สิ่งที่ยากจะเข้าใจ… เจินจวินหน้าไหนจะว่างพอมาเขียน ‘คัมภีร์พินิจโอสถทองคำ’ คัมภีร์ที่สอนผู้อื่นให้แสวงหาโอสถทองคำกันล่ะ? เกรงหรือว่าจะไม่เหลือผู้แย่งชิงผลแห่งเต๋ายามกลับชาติมาเกิด? หากทำได้ถึงเพียงนี้ เป็นคนดีก็