ี่เอง กลัวว่าเขาจะช่วงชิงทุกสิ่งมาเป็นของตนโดยสิ้นเชิง
ทว่าเรื่องเช่นนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา ในหมู่นิกายศักดิ์สิทธิ์ ไหนเลยจะมีเรื่องของความรู้สึกแท้จริง หากในมืออีกฝ่ายไม่มีบางสิ่งที่สามารถขู่บีบ เจ้าย่อมไม่มีทางได้รับความไว้วางใจ
ด้วยเหตุนี้ ลวี่หยางจึงไม่ใส่ใจ ปล่อยให้หรั่วเซียงมีข้อได้เปรียบเหนือเขา
ตราบใดที่ผลประโยชน์ตกเป็นของเขา ก็เพียงพอแล้ว
ในยามนั้น เงาร่างหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏขึ้นนอกประตู แม้จะไม่สง่างามสูงศักดิ์ดั่งหรั่วเซียง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสดใสเฉพาะตัวของเยาว์วัย
“ผู้เยาว์เชี่ยนเอ๋อร์ ขอคารวะท่านหยวนถู!”
ทันทีที่เฉินซูย่างเท้าเข้ามา เมื่อสายตาสบกับหรั่วเซียงที่นั่งอยู่ข้างลวี่หยาง ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“…เป็นเจ้าหรอกหรือ”
แม้จะมีลวี่หยางอยู่ ทำให้สองแม่ลูกเปิดอกพูดคุยกันแล้ว และเฉินซูก็รู้แล้วว่าหรั่วเซียงมิได้คิดฆ่านางจริง
ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่หรั่วเซียงก็เคยปฏิบัติกับนางเป็นเพียง “เครื่องมือ”
ทั้งสองจึงยังคงมองหน้ากันอย่างไม่ลงรอย
เมื่อมองไปยังหรั่วเซียงอีกครา เฉินซูถึงกับกัดฟันในใจ…ก็แค่พึ่งพาโฉมสะคราญไปเกาะกับผู้อาวุโสหยวนถู แล้วข้าจะทำไม่ได้หรือ!?
การเป็นสตรีแนบกาย ต้องแย่งมาด้วยฝีมือเท่านั้น!
ตอนนี้เจ้าคือจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า แต่ในอนาคต…ใครจะรู้ล่ะว่าใครจะอยู่เหนือกว่า!?
คิดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนหน้าเฉินซูก็ยิ่งหวานล้ำ ใบหน้าคล้ายคลึงกันกับหรั