ท่านั้น”หลินเซียงหลัวเงียบไปนางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยพูดอะไรโดยไร้เหตุผลเซียวเหยียนเดินออกไปที่ระเบียงลมกลางคืนพัดผ่านเสื้อคลุมของเขาเมื่อเขามองลงไปด้านล่างสายตาก็หยุดลงอ๋องเซียวจิ่นกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะดวงตาของทั้งสองสบกันเพียงชั่วครู่ก่อนที่ต่างฝ่ายจะละสายตาออกราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ความตึงเครียดบางอย่างกลับลอยอยู่ในอากาศเซียวเหยียนหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า“ข้ามาที่นี่เพราะต้องการถามเจ้าบางอย่าง”หลินเซียงหลัวเอ่ยอย่างสงบ“หากหอเยว่เซียงสามารถช่วยได้ ย่อมยินดีเพคะ”รัชทายาทยิ้มบาง ๆ“เจ้าฉลาดกว่าที่คิด”เขาเดินเข้ามาใกล้เล็กน้อย“ข้ากำลังสืบคดีหนึ่งในเมืองหลวง”“และหอเยว่เซียง…อาจมีข่าวที่ข้าต้องการ”หลินเซียงหลัวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเรียบ ๆ“หอคณิกาเป็นเพียงสถานที่ให้แขกพักผ่อน”“เรื่องของราชสำนัก…คงเกินกำลังของข้า”คำตอบนั้นเหมือนเป็นการปฏิเสธอย่างสุภาพแต่เซียวเหยียนกลับหัวเราะเบา ๆ“จริงหรือ”เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะ“เช่นนั้น…เจ้าคงไม่รู้จักชื่อ”“หลินเซียงหลัว”หัวใจของนางกระตุกทันทีแม้ใบหน้าจะยังถูกปิดไว้แต่ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยเซียวเหยียนมองปฏิกิริยานั้นอย่างเงียบ ๆ“เด็กหญิงจากตระกูลหลิน”“ที่ถูกกล่าวว่าตายในเหตุไฟไหม้เมื่อสิบกว่าปีก่อน”ห้องทั้งห้อง