เหยียนนิ่งค้างราวกับลืมหายใจเขาเคยเห็นหญิงงามมามากมายแต่ใบหน้าตรงหน้าในยามนี้กลับงดงามจนเกินคำบรรยายผิวพรรณขาวเนียนราวหยกดวงตาลึกสงบเหมือนสายน้ำยามค่ำความงามของนางไม่ได้หวานหรือบอบบางแต่เป็นความงามที่สง่างามและเย็นลึกราวกับดอกเหมยที่เบ่งบานกลางหิมะทันใดนั้นผ้าคลุมหน้าก็ถูกมือเรียวของนางดึงกลับลงมาปิดทันทีหลินเซียงหลัวถอยออกจากอ้อมแขนของเขาดวงตาของนางกลับมาเย็นสงบเหมือนเดิม“ขอบคุณ”นางเอ่ยเพียงสั้น ๆก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปเซียวเหยียนยังคงยืนอยู่ตรงนั้นราวกับยังไม่ทันตั้งสติกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยผ่านสายลมกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยได้กลิ่นในหอเยว่เซียงชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อยหญิงผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่“เดี๋ยวก่อน”เขาเอ่ยขึ้นหลินเซียงหลัวหยุดฝีเท้าเพียงครู่เดียวแต่ไม่ได้หันกลับมาเซียวเหยียนหยิบสิ่งหนึ่งออกจากแขนเสื้อเป็น ป้ายหยกเล็ก ๆเขาวางมันไว้บนโต๊ะหินข้างทาง“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการพบข้า”“นำสิ่งนี้มา”น้ำเสียงของเขาสงบหลินเซียงหลัวเหลือบตามองเพียงครู่เดียวก่อนจะเอ่ยตอบเรียบ ๆ“ข้าเกรงว่าจะไม่มีวันนั้น”แล้วนางก็เดินจากไปผ้าคลุมสีขาวพลิ้วไหวไปตามสายลมหายไปท่ามกลางแสงโคมไฟของเทศกาลเซียวเหยียนมองตามเงาร่างนั้นก่อนจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงงดงามแต่ยังเต็มไปด้วยความลับและสัญชาต