และลาก่อน ความอ่อนแอของข้าด้วย”
เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้อง!
ชั่วพริบตา เฉินซิ่นอันผู้ถูกกดจิตสำนึกไว้ก็ระเบิดตนเองอย่างไม่ลังเล ห้วงกรรมผูกพันอันซับซ้อนจึงสลายไปต่อหน้าต่อตา ดั่งม่านหมอกที่โดนตะวันแผดเผา
วินาทีนั้น บนลานวางรากฐานเหลือเพียงจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าอยู่เดียวดาย
เขายังไม่ทันเอ่ยปากออกคำใด เสียงคำรามสวรรค์ที่สะสมมายาวนานก็ฟาดลงมาในบัดดล!
เปรี้ยง!
สายฟ้าหายนะฟาดใส่ร่างเขาจนมิด ร่างเงาโดนกลืนหาย เหลือไว้เพียงเสียงคำรามโหยหวนดั่งคำสาป
“ลวี่หยาง!!!”
ณ หุบผาใต้เขาปะสานฟ้า
แสงสีขาวสายหนึ่งโปรยลงจากฟากฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นเงาร่างของเฉินซิ่นอันที่คุกเข่าลงเบื้องหน้าลวี่หยางด้วยท่าทีเคารพนบนอบ
ทั่วทั้งลานพิธีพากันนิ่งอึ้งตะลึงลาน
แม้แต่บนผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ จงกวงเจินเหริน ผู้เคยเอ่ยคำชื่นชมว่า “ลวี่หยางจะเป็นเสาหลักแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ในภายภาคหน้า” ก็ไม่คาดคิดเลยว่า เด็กหนุ่มผู้นั้นจะสร้างเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้นมาได้!
เสียงซุบซิบตื่นตะลึงดังกระหึ่ม
“บัดซบ เฉินเฒ่าช่างน่าสังเวชยิ่งนัก!”
“ทั้งภรรยา ทั้งบุตรสาว ทั้งบุตรชาย… ล้วนเป็นคนของหยวนถูหมด แบบนี้ใครมันจะไม่ตายบ้าง?”
“หยวนถูมันทำได้ยังไง? ใช้เคล็ดควบจิตงั้นรึ?”
“เป็นไปไม่ได้ เคล็ดควบจิตจะใช้กับเจินเหรินได้อย่างไร?”
“จะบอกว่าเพราะลีลาเข้าขั้นเทพงั้นเหรอ?”
“ยังไงก็ต้องเทพแน่ๆ แหละ!”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอื้ออึง
เหล่าเจินเหรินแห่งนิกายศักด