าวกับสายลมยามค่ำผู้คนค่อย ๆ เงียบลงโดยไม่รู้ตัวเงาร่างของหญิงสาวค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนเวทีนางสวมอาภรณ์สีขาวปักลายเงินผ้าคลุมบางปิดใบหน้าไว้แสงโคมไฟสะท้อนผ่านผ้าโปร่ง ทำให้เห็นเพียงเงาร่างงดงามหญิงสาวนั่งลงหน้าโต๊ะพิณปลายนิ้วเรียวแตะสายพิณเบา ๆเสียงดนตรีเริ่มไหลรินท่วงทำนองอ่อนโยนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิทันใดนั้นสายลมยามค่ำก็พัดผ่านกลีบ ดอกเหมย จากต้นไม้ใกล้เวทีปลิวลงมาช้า ๆร่วงโรยกลางแสงโคมไฟราวกับหิมะสีชมพูโปรยปรายพร้อมกันนั้นกลิ่นหอมอ่อน ๆ ก็ลอยกระจายอยู่ในอากาศกลิ่นนั้นหอมลึกและบริสุทธิ์ไม่เหมือนน้ำหอมใดแต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบอย่างประหลาดผู้คนรอบเวทีต่างเงียบกริบไม่มีใครกล้าพูดอะไรทุกสายตาจับจ้องไปที่หญิงสาวบนเวทีเสียงพิณของนางค่อย ๆ สูงขึ้นราวกับเล่าเรื่องราวของฤดูใบไม้ผลิที่กำลังตื่นขึ้นและในขณะนั้นเองฝูงผีเสื้อสีอ่อนจากสวนดอกไม้ใกล้ลานก็เริ่มบินเข้ามาพวกมันลอยวนอยู่เหนือเวทีราวกับถูกเสียงพิณเรียกหากลีบดอกเหมยโปรยปรายผีเสื้อบินวนเสียงพิณไพเราะกังวานภาพตรงหน้าราวกับภาพฝันผู้คนจำนวนมากถึงกับลืมหายใจมุมหนึ่งของลานหลินเหว่ยมองภาพนั้นอย่างนิ่งงันกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยผ่านสายลมทันใดนั้นหัวใจของเขาก็สะดุดกลิ่นนี้…คุ้นเคยอย่างประหลาดในความทรงจำเลือนรางของเขาเคยมีเด็กหญิงค