เพียงไม่นาน ข่าวการถูกคุมขังของฉู่จิ้งหยวนก็ถูกส่งมาถึงจวนสกุลฉู่อย่างรวดเร็ว หลี่ชิงเฟิงที่รู้ข่าวถึงกับหน้าถอดสีทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงไปยังเรือนเหมยฮวาเพื่อแจ้งข่าวร้ายกับนายหญิงของจวน
“ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ ฮูหยิน!” เสียงของหลี่ชิงเฟิงดังมาก่อนตัว เขาถลาเข้าไปในโถงเรือนท่าทางลนลาน
“นายท่าน…นายท่านถูกทหารคุมตัวไปขังที่คุกหลวงแล้วขอรับ! ฝ่าบาททรงกริ้วมากที่มีคนทูลรายงานความผิดของนายท่าน ยามนี้ถูกสั่งสืบสวนอย่างหนักขอรับ!”
หลิวอันเซียงที่กำลังนั่งเดินหมากอยู่เพียงลำพังพลันนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือเรียวพลันสั่นเทาจนหมากในมือร่วงหล่นลงบนพื้น
“จะ…เจ้าว่าอย่างไรนะ? นายท่านถูกจับหรือ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดลงฉับพลัน
“ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้ ท่านพี่เป็นขุนนางซื่อสัตย์มาตลอด เหตุใด…”
หลิวอันเซียงทำท่าจะพยุงกายลุกขึ้น แต่แล้วร่างทั้งร่างก็โอนเอนราวกับไร้เรี่ยวแรง นางจึงรีบยกมือขึ้นกุมขมับพลางหลับตาลงแน่น
“โอ๊ย…ข้า…ข้าหายใจไม่ออก…”
“ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ!”
เถียนจื่อรีบถลาเข้าไปประคองร่างของผู้เป็นนายที่ค่อย ๆ ทรุดลงและหมดสติไปในอ้อมแขนได้ทันเวลา ทำให้ร่างของอีกฝ่ายไ