หลายวันผ่านไป ร่างกายของฉู่จิ้งหยวนที่เคยซูบซีดเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง แม้ใบหน้าจะยังดูร่วงโรยและดวงตาแฝงไปด้วยความวิตกกังวลจากเรื่องหมอเทวดา ทว่าภาระหน้าที่ในราชสำนักก็ไม่อาจล่าช้าได้ เขาจึงฝืนประคองร่างกายในชุดขุนนางเต็มยศ เดินทางเข้าสู่พระราชวังเพื่อเข้าร่วมการว่าราชการเช้าตามปกติ
ท่ามกลางความเงียบสงัดและเคร่งขรึมในท้องพระโรงใหญ่ หลังจากที่เหล่าขุนนางกราบทูลข้อราชการจนเกือบครบถ้วน องค์ฮ่องเต้ผู้ประทับเหนือบัลลังก์มังกรได้ตรัสถามด้วยสุรเสียงกังวาน
“มีใครจะรายงานเรื่องใดอีกหรือไม่?”
ฉู่จิ้งหยวนยืนสงบนิ่งอยู่ในแถวหน้าอย่างเงียบงัน รอเวลาเลิกว่าราชการเพื่อกลับไปพักผ่อนต่อที่จวน ทว่าทันใดนั้นเอง ไป๋จิงหงกลับก้าวออกมาจากแถวขุนนางด้วยท่าทางองอาจ แววตาของเขาเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นยิ่งกว่าวันใด ๆ
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมไป๋จิงหง มีเรื่องสำคัญจะกราบทูลเกี่ยวกับพฤติกรรมฉ้อราษร์บังหลวงและความผิดทางอาญาของใต้เท้าฉู่จิ้งหยวนพ่ะย่ะค่ะ!”
สิ้นคำกราบทูล บรรยากาศในท้องพระโรงพลันเย็นยะเยือกประหนึ่งถูกแช่แข็ง ฉู่จิ้งหยวนสะดุ้งสุดตัว หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นในชั่วพริบตานั้น เขาเบิกตากว้างจ้องมองไปที่ไป๋จิงหงด้วยความสับสนมึนงงและหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด
“ใต้เท้าไป๋ ท่านพูดเรื่องอันใดกัน!” ฉ