บทที่ 23 ไม่มีอีกแล้ว…ครอบครัวที่รักใคร่ปรองดอง (2)
เพียงไม่นาน รถม้าหรูหราของสกุลลู่ก็เคลื่อนมาหยุดลงที่หน้าประตูจวนสกุลฉู่ หลิวอันเซียงซึ่งได้รับรายงานจากบ่าวเฝ้าประตูอยู่ก่อนแล้ว จึงเยื้องกรายออกมาต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ด้วยตนเองตามมารยาทที่ห้องโถงหลัก
“ซื่อจื่อให้เกียรติมาเยี่ยมเยียนถึงจวนในยามที่สกุลฉู่กำลังมีมรสุมเช่นนี้ นับเป็นน้ำใจที่หาได้ยากยิ่งนัก”
นางเอ่ยทักทายลู่เทียนสิงด้วยรอยยิ้มละไมที่ดูอบอุ่นและมีเมตตา ก่อนจะสั่งให้สาวใช้เร่งไปตามฉู่ซือเยว่มาพบ
“ฮูหยินเกรงใจไปแล้ว ข้ากับฉู่หยางเป็นสหายรักกันมานาน เมื่อทราบข่าวว่าเขาอาการไม่สู้ดี ข้าย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้” ลู่เทียนสิงตอบพลางส่งสัญญาณให้บ่าวข้างกายยกหีบโสมล้ำค่าออกมา
“นี่คือโสมคนอายุนับร้อยปีจากแดนเหนือ ข้าหวังว่าจะช่วยฉู่หยางได้บ้าง”
ในจังหวะนั้นเอง ฉู่ซือเยว่ก็เดินก้มหน้าออกมาจากด้านหลังม่าน นัยน์ตาของนางดูแดงระเรื่อราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก แต่นางยังคงพยายามฝืนยิ้มให้แขกผู้สูงศักดิ์อย่างอ่อนโยน
“ซือเยว่ คารวะลู่ซื่อจื่อเจ้าค่ะ” นางย่อกายอย่างแช่มช้อย
“ขอบคุณท่านพี่เทียนสิงที่สละเวลามานะเจ้าคะ ยามนี้พี่ใหญ่เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมพบหน้าผู้ใด แม้แต่ข้าที่เป็นน้องสาว เขาก็ยังผลักไส ข้ากังวลจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วเจ้