เรือนมู่ตาน
เมื่อมาถึงเรือนพักของฉู่หยาง ฉู่ซือเยว่พลันหยุดยืนที่หน้าห้องนอนอยู่นาน ก่อนจะหันมากล่าวกับลู่เทียนสิงด้วยน้ำเสียงสีหน้าหนักใจ
“ซื่อจื่อโปรดรอที่ห้องโถงนี้สักครู่เถิดเจ้าค่ะ พี่ชายของข้ายามนี้อารมณ์แปรปรวนนัก ข้าขอเข้าไปดูความเรียบร้อยและแจ้งเขาก่อนว่าท่านมา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทต่อท่าน”
ลู่เทียนสิงมองนางด้วยแววตาเห็นใจและตอบตกลงทันที ฉู่ซือเยว่จึงหมุนกายก้าวเดินเข้าไปในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรฉุนแสบจมูก ทันทีที่นางเห็นฉู่หยางนอนกึ่งนั่งอยู่บนเตียงด้วยสภาพโทรมสิ้นดี แววตาที่สั่นเครือเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยามทันที
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะพี่ใหญ่?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูแคลน พลางลอยหน้าลอยตาเดินเข้าไปใกล้
“ได้ยินว่าท่านพ่อกระอักเลือดเพราะไอ้หมอกำมะลอนั่นหนีไปพร้อมกับเงินกองโต ช่างน่าเสียดายจริง ๆ นะเจ้าคะ เงินมหาศาลขนาดนั้นกลับต้องเอามาละลายทิ้งกับแขนเน่า ๆ ที่ไม่มีรักษาให้หายได้อย่างท่าน”
“เจ้า! ซือเยว่! หุบปากเสีย!”
ฉู่หยางคำรามออกมาด้วยความโกรธ แววตาแดงก่ำจ้องมองน้องสาวอย่างอาฆาต
“ข้าพูดความจริงนี่เจ้าคะ ยามนี้ท่านก็เป็นเพียงคนพิการที่ผลาญสมบัติจนจวนจะล่มจม ท่านพ่อเองก็คงตาสว่างแล้วว่าลงทุนกับท่านไปก็เสียเปล่า สู้เอาเงินที่เหลือมาเตร