ียมเป็นสินเดิมให้ข้าออกเรือนกับซื่อจื่อยังจะมีประโยชน์เสียกว่า!”
“นังตัวดี! เจ้ากล้าดูถูกข้าหรือ!”
ฉู่หยางโกรธจัดจนขาดสติ เขาใช้แขนข้างที่ยังพอมีแรงกระชากร่างของฉู่ซือเยว่เข้ามา แล้วยกมือขึ้นตบหน้านางอย่างแรงจนนางเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น
ตุบ!
“กรี๊ดด! พี่ใหญ่! อย่าทำข้า! ข้ากลัวแล้วเจ้าค่ะ!”
ฉู่ซือเยว่แผดเสียงกรีดร้องออกมาสุดเสียง ปนเสียงสะอื้นไห้ที่จงใจให้ดังลั่นไปถึงด้านนอก
ขณะเดียวกัน ทางด้านลู่เทียนสิงที่รออยู่ด้านนอก เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังกล่าว เขาก็ไม่รอช้า รีบเปิดประตูถลาเข้าไปในห้องนอนทันที
ครั้นเห็นภาพที่สหายสนิทกำลังเงื้อมือจะลงมือตบหน้าฉู่ซือเยว่อีกครั้ง ซึ่งยามนี้นางกำลังนั่งร้องไห้ตัวสั่นเทาอยู่บนพื้นพร้อมใบหน้าบวมแดง ลู่เทียนสิงก็พลันมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
ลู่เทียนสิงตวาดใส่เสียงดังลั่น ก่อนจะเข้าไปขวางหน้าฉู่หยางไว้ แล้วรวบร่างของฉู่ซือเยว่มาปกป้องไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองสหายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธเกรี้ยว
“ฉู่หยาง! เจ้าเป็นบ้าอะไรไปแล้ว! เหตุใดเจ้าต้องลงไม้ลงมือกับน้องสาวของเจ้าถึงเพียงนี้! นางอุตส่าห์เป็นห่วงเจ้าจนเชิญข้ามาเยี่ยม แต่เจ้ากลับทำร้ายนางเช่นนี้หรือ!”
ฉู่หยางชะงักงันไปในทันที มือที่เงื้อค้างอยู่กลางอาก